ความปรารถนาสุดท้ายของรัชกาลที่ 9 ถูกเปิดเผยก่อนเสด็จสวรรคต

ความตั้งใจสุดท้ายของในหลวงร9เพื่อมอบให้กับประเทศไทยเรื่องเล่าเรื่องนี้เป็นบทความที่ดีมากๆที่น้อยคนนักจะได้รู้สานต่อที่พ่อทำความตั้งใจสุดท้ายของในหลวงร9ทำให้เห็นว่าพระองค์ท่านทรงมองทุกอย่างด้วยความกว้างไกลพระองค์ท่านต้องการสร้างคนดีเข้ามาในสังคมให้มากที่สุดประเทศไทยจะมีได้พระองค์ท่านทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยึดเหนี่ยวจิตชาติด้วยความดีงามที่พระองค์ท่านทรงธรรมเป็นตัวอย่างเสมอมาทำไมคนไทยถึงชาติถึงเรียกพระองค์ว่าพ่อ

ไม่แปลกใจเลยหรือพระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชรัชกาลที่9เป็นครูใช่ไหมตัวฉันอยู่ไกลกล่าวฝากเด็กๆด้วยนะช่วยสอนให้เขาเป็นคนดีใครเล่าเลยจะรู้ว่าในช่วงสุดท้ายของพระชนม์ชีพสิ่งที่ในหลวงร9ทรงอยากทำคืออะไรเดือนกุมภาพันธ์ปี2555ในหลวงประทับอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราชวันหนึ่งมีรับสั่งให้คณะองคมนตรีเข้าเฝ้าและตรัสว่าฉันจะตั้งกองทุนการศึกษาให้เอาเงินฉันไปใช้ไปทำอย่างไรก็ได้เป้าหมายคือให้โรงเรียนสร้างคนดีให้แก่

บ้านเมืองและมอบหมายให้องคมนตรีที่ยังแข็งแรงอยู่มีเสิร์ชหาโรงเรียนตัวอย่างเพื่อให้รู้ถึงปัญหาที่สำคัญเคยให้ทำเรื่องนี้อย่างเงียบๆไม่ต้องแจ้งผ่านทางหน่วยงานใดๆให้ไปอย่างผู้ใหญ่ใจดีไปรถคันเดียวเพื่อที่จะได้ประหยัดเวลาและได้ข้อมูลที่แท้จริง[เพลง]โดยให้เลือกบ้านพักครูที่แย่ที่สุดก่อนแล้วสร้างให้เขาใหม่ประการที่2ปรับปรุงห้องน้ำครูและนักเรียนประการต่อมาห้องเรียนที่ชำรุดหลังขารั่วโต๊ะเรียนเก้าอี้โดยให้หมากรับเงินที่พระ

องค์ไปใช้ท้ายที่สุดในหลวงรับสั่งให้เลือกเด็กโรงเรียนและ2คนส่งอยากให้ส่งเขาจบเท่าที่จะเรียนได้ไม่ว่าจะเป็นปริญญาตรีปริญญาโทหรือปริญญาเอกก็แล้วแต่เขาแต่ขอให้เขานำความจากพระองค์ท่านไปบอกเด็กว่ามีพระราชประสงค์ที่จะเห็นเด็กที่เรียนดีนั้นเป็นคนดีด้วยเช่นเดียวกันกับครูทรงอยากให้ครูอยู่สบายอยากอยู่ในโรงเรียนห่างไกลเพื่อเด็กๆให้ชนบทจะได้มีครูดีๆสอนให้เป็นคนดีจึงมีรับสั่งให้คัดเลือกครูที่เก่งขยันโดยจากพระราชทานเงินพิเศษเพื่อส่งเรียน

Có thể là hình ảnh về văn bản

ต่อเพื่อให้มีความรู้เพิ่มเติมเพียงแต่ต้องสัญญาว่าอย่าทิ้งเด็กอย่าทิ้งโรงเรียนที่ห่างไกลเท่านั้นพระองค์ทรงตรัสเป็นครูใช่ไหมผมไม่ได้กราบทูลว่าใช่ครับส่งตรัสว่าขอฝากเด็กๆด้วยนะช่วยสอนให้เขาเป็นคนดีนายวิทย์อนันตะสำหรับกองทุนนี้ในช่วงแรกในหลวงได้พระราชทานเงินจำนวน200ล้านบาทพร้อมกับรับสั่งว่าหมดเมื่อไหร่ก็พอช่วงปีหลังๆองคมนตรีก็ไม่กล้าไปกราบทูลว่าเงินหมดแล้วเมื่อสมเด็จพระเทพทรงทราบก็มีรับสั่งภายหลังว่าอย่าไปกวนในหลวงเลยถ้าเงินหมด

เมื่อใดให้มากราบทูลพระองค์ซึ่งก็พระราชทานมาเป็นระยะๆ[เพลง]และนี่คือสิ่งที่ในหลวงทรงทำเป็นอันดับท้ายๆอาจจะเห็นๆแล้วว่าประเทศนี้ยังคงเป็นต้องการบุคลากรครูที่ดีที่จะช่วยกันสร้างเมล็ดพันธุ์ที่เก่งและเป็นคนดีเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติและจะนำพาให้ความสุขบังเกิดขึ้นแก่ประชาชนคนไทยประชาชนของในหลวงร.9การทำดีนั้นทำยากและเห็นผลช้าแต่ก็จำเป็นต้องทำเพราะหาไม่ความชั่วซึ่งทำได้ง่ายจะเข้ามาแทนที่และจะพอกพูนขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันรู้สึก

ตัวพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชงานครบรอบ36ปีแห่งการสถาปนาสถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์คำยืนยันจากหลวงปู่มั่นศาสน์เปรียบเหมือนเสาหลักค้ำจุนกันและกันถ้าขาดพระมหากษัตริย์พระอริยบุคคลก็หายไปด้วยเรื่องของพระอริยบุคคลนี้พระอาจารย์มั่นปรารบไว้หลายสถานที่หลายวาระต่างกันแล้วแต่เหตุผลท่านกล่าวว่าชาวพุทธมีหลายประเทศแต่จากขอกล่าวเฉพาะที่ใกล้เคียงคือเขมรลาวเวียดนามและพม่าพระอาจารย์มั่นบอกว่าเราไม่ได้ว่าเขา

เหล่านั้นแต่ได้พิจารณาแล้วไม่มีก็ว่าไม่มีมีก็ว่ามีท่านหมายถึงพระอริยะบุคคลในประเทศเหล่านี้มีที่ประเทศพม่าเพียงคนเดียวอยู่ในหมู่บ้านให้ท่านไปจำพรรษาเป็นผ้าขาวซึ่งเล่ากันว่าบุตรสาวบุตรเขยบุตรชายของผ้าขาวคนนั้นที่มาจากเสนาสนะของบิดาเพื่อถวายพระอาจารย์มั่นและท่านเจ้าคุณบุญมั่นครั้งจำพรรษาที่ประเทศพม่าท่านว่ายกเว้นสยามประเทศแล้วนอกนั้นไม่มีสำหรับสยามปฏิบัตินั้นมาจนถึงปัจจุบันมีติดต่อมาโดยไม่ขาดสายทั้งคฤหัสถ์ชายหญิง

และปั่นอาทิดแต่มักขั้นต้นคฤหัสถ์มากกว่าทั้งปริมาณและมีสิคาน้อยกว่าพระอาจารย์มั่นกล่าวต่อไปว่าเราไม่ได้ว่าเขาเราไม่ได้ดูมินเขาเราปัดให้กล่าวนั้นขาดความพร้อมคือคุณสมบัติหลายอย่างเช่นเรื่องอักขระที่ไม่เป็นพุทธพาษาและองค์ประกอบอย่างหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือองค์พระมหากษัตริย์ของประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนาด้วยนี่ก็สำคัญขาดไม่ได้ถ้าขาดไปอริยบุคคลก็ขาดไปด้วยท่านจึงกล่าวอีกว่าเมื่อพระพุทธเจ้าจะประกาศพระศาสนาส่งหาหลักค้ำประกันอันมั่นคงคือมุ่งไปที่

00:08:18พระเจ้าพิมพิสารความสำคัญอันนี้มีมาตลอดหากประเทศใดไม่มีองค์ประกอบนี้ซึ่งเป็นเอกอัครศาสนูปก็ปฏิเสธได้เลยเปรียบเหมือนกับก้อนเขาหมายถึงก้อนหินที่นำมาตั้งเป็นเตาทำอาหาร3ก้อนก้อนที่1คือความเป็นชาติก้อนที่2มีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติและก้อนที่3มีพระมหากษัตริย์เป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกขาดไปก้อนใดก้อนหนึ่งก็จะขาดความสมบูรณ์ไปไม่สามารถจะใช้นั่งต้มแกงผงอาหารได้พระอริยสงฆ์กับในหลวงรัชกาลที่9พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระ

00:09:14ราชกิจทางพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์มาตั้งแต่พระชนม์พรรษาอย่างน้อยทรงพอพระทัยในการฟังเทศน์ที่มีอยู่เป็นประจำเมื่อได้ทรงพบปะกับพระมหาเถระผู้ใหญ่ก็มีพระราชปุตราและทรงสดับข้อธรรมนั้นๆอยู่เนืองๆในหลวงกับหลวงปู่ฝั้นเมื่อปีพุทธศักราช2515พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถและทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าได้เสด็จพระราชดำเนินปิดกราบนมัสการหลวงปู่ฝั้นอาจาโรวัดป่าอุดมสมพรจังหวัดสกลนครในคราวเสด็จพระราชทานผ้ากฐินส่วนพระองค์ครั้งแรก

00:10:07ทำอย่างไรประเทศชาติประชาชนจะอยู่ดีกินดีมีความสามัคคีปรองดองกันหลวงปู่ฝั้นถวายวิสัชนาว่าให้เข้าหาพระศาสนาพระศาสนาสอนให้ละชั่วกระทำความดีทำใจให้ผ่องใสในหลวงจึงตรัสถามอีกว่าคนส่วนมากทำดีคนส่วนน้อยทำชั่วจะทำให้คนส่วนมากเดือดร้อนไหมอย่างไรจึงจะแก้ไขได้หลวงปู่ฝั้นถวายวิสัชนาขอถวายพระพรทุกวันนี้คนไม่รู้ศาสนาจึงเบียดเบียนกันถ้าคนเรานึกถึงศาสนาแล้วก็ไม่มีเบียดเบียนกันเราต้องการความสุขความเจริญคนอื่นก็เช่น

00:11:00กันคนทุกวันนี้เข้าใจว่าศาสนาอยู่กับวัดอยู่ในตู้ในหีบในใบลานอยู่กราบพระพุทธเจ้าประเทศอินเดียนู่นจึงไม่สนใจบ้านเมืองจึงเดือดร้อนวุ่นวายมองหน้ากันก็ไม่ได้ถ้าคนเราถือกันเป็นบิดามารดาเป็นพี่น้องกันแล้วก็สบายไปมาหาสุขกันได้เพราะใจเราไม่มีเวรเวรก็ไม่มีใจเราก็ไม่มีกรรมกรรมก็ไม่มีฉะนั้นให้มีพรหมวิหารธรรมอย่างมหาบพิตรเสด็จมาวันนี้ทุกอย่างเรียบร้อยหมดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชศรัทธา

00:11:50ในหลวงปู่ฝั้นเป็นอย่างสูงได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังวัดป่าอุดมสมพรหลายครั้งและเมื่อหลวงปู่ฝั้นเข้ามาในกรุงเทพฯก็ได้โปรดอาราธนาเข้าไปแสดงธรรมในพระราชทานบางคราวทรงรับสั่งสนทนากับหลวงปู่จนดึกมากหลวงปู่จะลุกขึ้นเพราะนั่งอยู่อิริยาปลดเดียวนานเกินควรจึงลุกขึ้นไม่ได้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเสด็จเข้าทรงช่วยพยุงหลวงปู่ด้วยพระองค์เองในหลวงกับหลวงปู่ดู่เพราะพระเจ้าแผ่นดินท่านปฏิบัติธรรมต่อไปพุทธศาสนาในเมืองไทยจะเจริญขึ้นเพราะท่าน

00:12:36เป็นผู้นำเป็นแบบอย่างในหลวงกับหลวงปู่แหวนขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่9ทรงครองราชย์พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินพร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ไปยังวัดดอยแม่ปั๋งเพื่อนมัสการและสนทนาธรรมกับหลวงปู่แหวนหลายครั้งหลายหนตั้งแต่บ่ายสองโมงจนถึง1ทุ่ม2ทุ่มเป็นประจำการเสด็จมาวัดดอยแม่ปั๋งแต่ละครั้งถือเป็นการส่วนพระองค์เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระปัจฉิมและประทับที่เชียงใหม่หลังจากนั้นก็เสด็จไปดอยแม่ปั๋ง

00:13:18หลวงปู่แหวนได้กราบบังคมทูลดอกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวต่อหนึ่งว่าพระองค์นั้นมัวแต่ห่วงคนอื่นไม่ห่วงพระองค์เองเลยเมื่อได้ฟังเช่นนั้นแล้วล้นเกล้าทรงพระสวนด้วยความพอพระทัยอีกทั้งครั้งหนึ่งสมัยที่ในหลวงทรงพระประชวรที่เชียงใหม่อยู่นั้นข้าราชบริพารได้นำเฮลิคอปเตอร์มานิมนต์หลวงปู่ให้ไปที่พระตำหนักเพื่อรักษาอาการประชวรของพระองค์หลวงปู่ท่านปฏิเสธการนิมนต์และได้บอกว่าอยู่ที่ไหนเฮาก็ส่งใจไปถึงพระองค์ได้ก็ส่งไปทุกวัน

00:14:04อยู่แล้วหลวงปู่แหวนท่านตั้งสัจจะอธิษฐานว่าแม้ท่านจะเจ็บป่วยก็จะไม่ไปรักษาที่โรงพยาบาลแต่ในช่วงท้ายของชีวิตเมื่อในหลวงทรงอาราธนาท่านจึงยอมทำตามและบอกว่าที่ไปเพราะในฐานะประชาชนคนหนึ่งหลวงปู่จึงไม่กล้าพระราชประสงค์ได้นอกจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณจัดสร้างสิ่งมงคลโดยใช้รูปของหลวงปู่นำมาแจกในพระราชพิธีสำคัญอีกด้วยในหลวงกับหลวงพ่อพุธเวลานี้บ้านเมืองของเราอยู่เพราะในหลวงองค์เดียวไม่เคยมีใน

00:14:52ประวัติศาสตร์ที่ในหลวงจะเสด็จเหยียบแผ่นดินไทยไปทุกหย่อมหญ้าเหมือนในหลวงพระองค์นี้เพราะฉะนั้นใครๆสวดมนต์ภาวนาอธิษฐานให้ท่านมีพระชนมายุยิ่งยิงนานเป็นร้อยปีพันปีหมื่นปีแสนปีก็ยิ่งดีถ้าเป็นไปได้ในหลวงกับหลวงตามหาบัวขอให้พี่น้องทั้งหลายได้ระลึกธรรมทั้งสองประเภทคือวงกษัตริย์หนึ่งพระพุทธศาสนาหนึ่งให้เข้าครองภายในจิตใจจะเป็นเหมือนว่าเรามีพ่อมีแม่ไปที่ไหนอบอุ่นผิดกับลูกกำพร้าเป็นไหนๆนี่เรามีทั้งเกาะเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

00:15:37ของเราหวนไปทางศาสนาก็เป็นธรรมอันเลิศเลอหมุนไปทางพระมหากษัตริย์ทั้งก็ทรงเลิศเลอด้วยคุณธรรมมาแล้วไม่มีใครเสมอเหมือนสำหรับเมืองไทยเราในการที่ทรงสนใจต่อพระพุทธศาสนาพระองค์มอบทุกสิ่งทุกอย่างกับพระพุทธศาสนาเป็นต้นมา

Related articles

ความสัมพันธ์และความลับระหว่างสมเด็จพระราชินีสินีนาถกับท่านผู้หญิงศรีรัศมีสุวดี

  โน้ ท พ.ย ก็ เพราะ ติด นี้ นะ พี่ เลิก กัลยาณี หรือ ไม่ ย้อน ไป เมื่อ เหตุ การณ์ ก่อน หน้า นี้ โดย ได้ มี เอกสาร ยืน…

ในหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เจ้าคุณพระสินีนาถ เป็นผู้แทนพระองค์ เยือนอินเดีย

ในหลวง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เจ้าคุณพระสินีนาถ เป็นผู้แทนพระองค์ เยือนอินเดีย วันที่ 22 มกราคม 2569 มีรายงานว่า สำนักสื่อสารองค์กร พระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล รายงานภาพบรรยากาศเมื่อค่ำคืนวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมาว่า พลโทหญิง เจ้าคุณพระสินีนาถ พิลาสกัลยาณี เดินทางถึงวัดไทยพุทธคยา สาธารณรัฐอินเดีย ภาพจาก สำนักสื่อสารองค์กร พระธรรมทูต สายประเทศอินเดีย-เนปาล สำรวจเพิ่มเติม ข่าวในพระราชสำนัก กระเป๋าเดินทาง…

บาท สมเด็จ พระ จุลจอมเกล้า เจ้า อยู่ หัว รัชกาล ที่ 10 เมื่อ ยัง ทรง พระ เยา

ความ ฝัน ของ ฉัน เต็ม ไป ด้วย น้ำ ตา ฉัน ร้อง เพลง ใน ล็อบบี้ ตอน ดึก ความ รัก ใน ความ งาม ของ ฉัน หมด สิ้น ไป ก่อน ที่ ฉัน…

ไฟเย็น แฉ ช็อกวงการ! ภา

ประมาณ ปี 2544 ยุวธิดา เนี่ย เริ่ม เขียน จดหมาย มา ทาง ราชสำนัก ไทย อ๋อ สมัย ทักษิณ เป็น นายก ใช่ ๆ อื เรื่อง นี้ เนี่ย เอ่อ ใน จด หมาย ทั้ง หมด เี่ ยัง…

สนธิ-วางแผนล่อ-ทนายดัง-จนมุม-กลางโซเชียล

ในโลกของข่าวสารและดราม่าโซเชียลมีเดียที่หมุนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ไม่มีประเด็นไหนจะร้อนแรงและถูกจับตามองมากไปกว่าศึกช้างชนช้างระหว่างสื่ออาวุโสอย่าง “สนธิ ลิ้มทองกุล” และทนายความชื่อดังระดับประเทศอย่าง “ทนายตั้ม ษิทรา เบี้ยบังเกิด” เรื่องราวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแฉหรือการออกมาตอบโต้กันธรรมดา แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยกลยุทธ์ที่ถูกวางไว้อย่างแยบยล เปรียบเสมือนการเดินหมากรุกที่ฝ่ายหนึ่งอ่านเกมล่วงหน้าไว้หลายชั้น จุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้เกิดขึ้นบนหน้าจอโทรทัศน์หรือในห้องพิจารณาคดี แต่กลับเริ่มต้นขึ้นในงานบุญกฐินที่ดูสงบเงียบ ณ วัดป่าภูแปกญาณสัมปันโน จังหวัดเลย ที่ซึ่ง “เจ๊อ้อย” เศรษฐีนีผู้ใจบุญได้โคจรมาพบกับสนธิ ลิ้มทองกุล การสนทนาที่ดูเหมือนจะเป็นการไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาคนคุ้นเคย กลับกลายเป็นการจุดชนวนระเบิดลูกใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของทนายคนดังอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงเบื้องหลัง “ปฏิบัติการขุดบ่อล่อปลา” ที่ถูกเปิดเผยออกมาว่า เป็นยุทธวิธีที่สนธิใช้ในการต้อนทนายดังให้จนมุม โดยอาศัยความใจร้อนและการตอบโต้ผ่านโซเชียลมีเดียของอีกฝ่ายเป็นเครื่องมือทำลายตัวเอง…

.เผยเหตุผลสำคัญ—ทำไมในหลวง—ทรงไว้วางพระราชหฤทัย—เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา

ในท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกร และเมื่อกล่าวถึงขัตติยนารีผู้ทรงเป็นกำลังสำคัญที่สุดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในเวลานี้ คงไม่มีใครไม่นึกถึง “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” หรือที่คนไทยเรียกขานกันด้วยความจงรักภักดีว่า “องค์ภา” ภาพความผูกพันที่ปรากฏต่อสายตาประชาชน ไม่ใช่เพียงภาพของพ่อและลูกเท่านั้น แต่คือภาพของพระมหากษัตริย์และขุนพลคู่พระทัยที่ทรงงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาอย่างยาวนาน บทความนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังและเหตุผลสำคัญว่า เหตุใดสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จึงทรงเป็นบุคคลที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงไว้วางพระราชหฤทัยมากที่สุด สายใยแห่งความผูกพัน: จากทูลกระหม่อมพ่อ สู่ลูกไม้ใต้ต้น ย้อนกลับไปในอดีต ตั้งแต่วันที่พระองค์ภาประสูติ…