ในท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคปัจจุบัน สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของพสกนิกร และเมื่อกล่าวถึงขัตติยนารีผู้ทรงเป็นกำลังสำคัญที่สุดของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ในเวลานี้ คงไม่มีใครไม่นึกถึง “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” หรือที่คนไทยเรียกขานกันด้วยความจงรักภักดีว่า “องค์ภา” ภาพความผูกพันที่ปรากฏต่อสายตาประชาชน ไม่ใช่เพียงภาพของพ่อและลูกเท่านั้น แต่คือภาพของพระมหากษัตริย์และขุนพลคู่พระทัยที่ทรงงานเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาอย่างยาวนาน บทความนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังและเหตุผลสำคัญว่า เหตุใดสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จึงทรงเป็นบุคคลที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงไว้วางพระราชหฤทัยมากที่สุด
สายใยแห่งความผูกพัน: จากทูลกระหม่อมพ่อ สู่ลูกไม้ใต้ต้น
ย้อนกลับไปในอดีต ตั้งแต่วันที่พระองค์ภาประสูติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ในขณะดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) ทรงแสดงออกถึงความรักและความเอาใจใส่ต่อพระราชธิดาพระองค์แรกอย่างใกล้ชิด ประชาชนมักได้เห็นภาพพระองค์ทรงอุ้ม ทรงจูงมือ และทรงสอนสิ่งต่างๆ ให้กับพระราชธิดาด้วยพระองค์เอง ความผูกพันนี้มิได้จางหายไปตามกาลเวลา แต่กลับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเมื่อพระองค์ภาเจริญพระชันษาขึ้นเป็นผู้ใหญ่
การเลี้ยงดูของทูลกระหม่อมพ่อที่มีต่อองค์ภานั้น ทรงเน้นเรื่องระเบียบวินัยควบคู่ไปกับความรัก ทรงสนับสนุนให้พระราชธิดาได้ศึกษาหาความรู้ในสิ่งที่ทรงสนิท และทรงเปิดโอกาสให้เผชิญโลกกว้างเพื่อเรียนรู้ความเป็นจริงของชีวิต สิ่งเหล่านี้หล่อหลอมให้เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ มิได้ทรงเป็นเพียงเจ้าหญิงที่อยู่ในกรอบประเพณี แต่ทรงเป็นสตรีสมัยใหม่ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล เข้าใจโลก และมีความเข้มแข็งอดทน ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เองคือพื้นฐานสำคัญที่ทำให้ในหลวงทรงมั่นพระทัยในตัวพระราชธิดาพระองค์นี้ ว่าจะสามารถยืนหยัดและรับมือกับภาระหน้าที่อันหนักอึ้งในอนาคตได้
ความไว้วางพระราชหฤทัยนี้สะท้อนชัดเจนผ่านพระอิสริยยศและตำแหน่งหน้าที่ที่ทรงมอบหมาย ไม่ว่าจะเป็นการให้โดยเสด็จฯ ไปทรงงานในพื้นที่ทุรกันดารตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ หรือการให้ร่วมในพิธีการสำคัญระดับประเทศ สิ่งเหล่านี้คือการ “บ่มเพาะ” และ “เตรียมความพร้อม” ที่พ่อผู้เป็นกษัตริย์มอบให้แก่ลูกสาวผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ เพื่อให้พร้อมสำหรับการเป็นกำลังหลักของราชวงศ์จักรี
พระปรีชาสามารถด้านกฎหมาย: พิสูจน์ตนเองด้วยเนื้องาน มิใช่ฐานันดร
เหตุผลประการสำคัญที่ทำให้ในหลวงทรงไว้วางพระราชหฤทัยในเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ นั้น ไม่ใช่เพียงเพราะความเป็นสายเลือด แต่คือ “ความสามารถ” ที่พระองค์ทรงพิสูจน์ให้เป็นที่ประจักษ์ โดยเฉพาะในแวดวงกฎหมายและความยุติธรรม
เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา และทรงนำความรู้นั้นกลับมาทำประโยชน์ให้แก่ประเทศชาติอย่างแท้จริง การที่ทรงเลือกเส้นทางอาชีพเป็น “อัยการ” ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ ความยุติธรรม และต้องเผชิญกับความกดดันสูง เป็นเครื่องยืนยันว่าทรงพร้อมที่จะทำงานหนักเยี่ยงสามัญชน พระองค์ทรงปฏิบัติหน้าที่อัยการจังหวัดในพื้นที่ห่างไกล ทรงสัมผัสกับปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านด้วยพระองค์เอง และทรงริเริ่มโครงการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงและเด็กด้อยโอกาส เช่น โครงการกำลังใจ
ความสำเร็จของโครงการเหล่านี้ไม่ได้มีผลเพียงแค่ในหน้ากระดาษ แต่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ จนนำไปสู่การที่สหประชาชาติ (UN) เชิดชูเกียรติและนำแนวทางของพระองค์ไปเป็นต้นแบบในการดูแลผู้ต้องขังหญิงทั่วโลก (Bangkok Rules) ความสำเร็จนี้เป็นสิ่งที่สร้างความภาคภูมิพระทัยให้กับในหลวงรัชกาลที่ 10 เป็นอย่างมาก เพราะเป็นการพิสูจน์ว่าพระราชธิดาของพระองค์ทรงมีศักยภาพทัดเทียมอารยประเทศ และสามารถเป็นตัวแทนของประเทศไทยในเวทีโลกได้อย่างสมพระเกียรติ
เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงเห็นว่าพระราชธิดาทรงมีความรอบรู้ เข้าใจหลักกฎหมาย และมีความยุติธรรมเป็นที่ตั้ง การมอบหมายพระราชภาระในการกลั่นกรองฎีกาหรือการดูแลงานด้านความยุติธรรมต่างๆ จึงเป็นไปอย่างวางพระราชหฤทัย เพราะทรงเชื่อมั่นว่าองค์ภาจะทรงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง
ทหารรักษาพระองค์: ความจงรักภักดีที่เอาชีวิตเข้าแลก
นอกเหนือจากบทบาทนักกฎหมาย อีกหนึ่งบทบาทที่สร้างความประทับใจและแสดงถึงความไว้วางพระราชหฤทัยสูงสุด คือบทบาทในฐานะ “นายทหารราชวัลลภรักษาพระองค์”
เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงเข้ารับการฝึกทางทหารอย่างหนักหน่วงตามมาตรฐานสากล ทรงผ่านหลักสูตรทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (King’s Guard) ซึ่งต้องใช้ความแข็งแกร่งทั้งร่างกายและจิตใจอย่างมาก ภาพที่พระองค์ทรงกระโดดร่มดิ่งพสุธา หรือทรงนำแถวทหารด้วยความเข้มแข็ง เป็นภาพที่ลบคำสบประมาทและแสดงให้เห็นถึง “เลือดขัตติยะ” ที่เข้มข้น
ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงให้ความสำคัญกับเรื่องความมั่นคงและระเบียบวินัยทหารเป็นอย่างมาก การที่ทรงแต่งตั้งให้เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ดำรงตำแหน่งเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ และพระราชทานยศพลเอกหญิง นั้นมีความหมายมากกว่ายศถาบรรดาศักดิ์ แต่หมายถึงการฝากความปลอดภัยของพระองค์เองไว้ในมือของพระราชธิดา
ในหลายวาระโอกาส เราจะเห็นองค์ภาทรงฉลองพระองค์ชุดทหาร ทรงวิทยุสื่อสาร และทรงกำกับดูแลความเรียบร้อยของขบวนเสด็จฯ ด้วยพระองค์เอง ทรงวิ่งเคียงข้างรถพระที่นั่ง หรือทรงเดินตรวจตราความปลอดภัยในระยะประชิด การกระทำเหล่านี้สะท้อนถึงสัญชาตญาณของการปกป้อง และความจงรักภักดีที่ลูกคนหนึ่งพึงมีต่อพ่อ และข้าราชบริพารพึงมีต่อพระมหากษัตริย์ การมีคนในครอบครัวที่ไว้ใจได้ที่สุดมาดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด ย่อมทำให้ในหลวงทรงคลายความกังวลและสามารถทรงงานเพื่อประเทศชาติได้อย่างเต็มที่
บทสรุป: ขุนพลคู่พระทัยแห่งรัชกาลที่ 10
จากสายใยความรักของพ่อลูก สู่การพิสูจน์ตนเองในฐานะนักกฎหมายมืออาชีพ และการเสียสละตนในฐานะทหารรักษาพระองค์ ทั้งหมดนี้คือคำตอบว่าทำไม สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จึงทรงเป็นบุคคลสำคัญที่ในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงไว้วางพระราชหฤทัยอย่างที่สุด พระองค์ไม่ได้ทรงเป็นเพียงเจ้าหญิงที่งดงามด้วยจริยวัตร แต่ทรงเป็น “มันสมอง” และ “เกราะกำบัง” ที่แข็งแกร่งให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์
การทรงงานหนักของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า พระองค์ทรงยึดมั่นในพระราชปณิธานที่จะ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ตามรอยทูลกระหม่อมพ่อ และสมเด็จปู่ เพื่อประโยชน์สุขของอาณาราษฎรไทยทุกคน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ถาม: ปัจจุบันเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงดำรงพระยศทางทหารชั้นใด? ตอบ: ปัจจุบันพระองค์ทรงดำรงพระยศ “พลเอกหญิง” และทรงดำรงตำแหน่งเสนาธิการกองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสำคัญในการถวายความปลอดภัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ถาม: โครงการกำลังใจ ในพระดำริ คือโครงการเกี่ยวกับอะไร? ตอบ: เป็นโครงการที่เน้นให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิง เด็กติดผู้ต้องขัง และผู้ด้อยโอกาสในกระบวนการยุติธรรม โดยมุ่งเน้นการให้กำลังใจ การฝึกอาชีพ และการเตรียมความพร้อมเพื่อให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล
ถาม: “Bangkok Rules” เกี่ยวข้องกับเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ อย่างไร? ตอบ: Bangkok Rules หรือ “ข้อกำหนดกรุงเทพ” คือมาตรฐานสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ซึ่งเกิดจากการผลักดันและบทบาทสำคัญของเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ในการรณรงค์เรื่องสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขังหญิง จนได้รับการรับรองจากสมัชชาสหประชาชาติ
ถาม: เหตุใดจึงเรียกพระองค์ว่า “เจ้าหญิงนักกฎหมาย”? ตอบ: เพราะพระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกด้านกฎหมาย และทรงปฏิบัติหน้าที่ในสายงานยุติธรรมอย่างจริงจัง ทั้งในฐานะอัยการ และเอกอัครราชทูต ทรงมีความเชี่ยวชาญและบทบาทโดดเด่นในการพัฒนากฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของไทย
ถาม: ความสัมพันธ์ระหว่างในหลวง ร.10 กับเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ มีความพิเศษอย่างไร? ตอบ: เป็นความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นทั้งในฐานะพ่อลูกและเพื่อนร่วมงาน ทรงได้รับการปลูกฝังและถ่ายทอดวิชาความรู้ ระเบียบวินัย และหลักการทรงงานจากในหลวงมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ทำให้ทรงเป็นพระราชธิดาที่ในหลวงทรงไว้วางพระราชหฤทัยให้ดูแลภารกิจสำคัญหลายด้าน รวมถึงความปลอดภัยส่วนพระองค์