โมเมนต์ประทับใจพสกนิกร สุขใจในหลวงเรียกพระราชินีว่าน้อง
นับเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวแห่งความปีติยินดีและสร้างความประทับใจอย่างหาที่สุดไม่ได้แก่พสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศ เมื่อได้มีโอกาสรับชมภาพเหตุการณ์อันแสนอบอุ่นระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ในคราวเสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพแห่งความใกล้ชิดและพระราชอิริยาบถอันเป็นกันเองที่สะท้อนผ่านการสื่อสารของทั้งสองพระองค์ ได้กลายเป็นเรื่องราวที่ถูกกล่าวขานและจารึกอยู่ในหัวใจของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งและทรงเรียกสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ด้วยคำสั้นๆ แต่เปี่ยมไปด้วยความหมายว่า น้อง
เหตุการณ์อันน่าประทับใจนี้เกิดขึ้นภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ประจำปีการศึกษา 2559 ถึง 2562 ณ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนั้นไม่เพียงแต่นำมาซึ่งความภาคภูมิใจแก่เหล่าบัณฑิตและครอบครัวที่ได้เข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ แต่ยังนำมาซึ่งความชื่นชมยินดีแก่ราษฎรในพื้นที่จังหวัดสกลนคร จังหวัดมหาสารคาม และจังหวัดใกล้เคียงที่เดินทางมารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จอย่างเนืองแน่นตลอดสองฝั่งเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน
เมื่อเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานปริญญาบัตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้พสกนิกรที่มารอเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ ได้เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด ทั้งสองพระองค์ได้ทรงพระดำเนินทักทายประชาชนที่มาปักหลักรอรับเสด็จด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม ทรงแย้มพระสรวลและโบกพระหัตถ์ทักทายราษฎรอย่างไม่ทรงเหน็ดเหนื่อย แม้ว่าสภาพอากาศในวันนั้นจะมีความร้อนอบอ้าว แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความมุ่งมั่นของประชาชนที่มารอชื่นชมพระบารมีลดน้อยถอยลงไปเลยแม้แต่น้อย
ในระหว่างการทรงพระดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรนั้น มีประชาชนจำนวนมากที่ได้นำสิ่งของต่างๆ มาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อเป็นที่ระลึก หนึ่งในนั้นคือตัวแทนจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าไหมลายโบราณ นำโดยอาจารย์นคร ตั้งหลัก จากกลุ่มทอผ้าไหมลายโบราณบ้านแก้วเวียงคำ จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งได้นำผ้าไหมทอมือลายโบราณอันเป็นเอกลักษณ์และภูมิปัญญาอันล้ำค่าของท้องถิ่นภาคอีสานมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่ทั้งสองพระองค์ การถวายผ้าไหมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการนำเสนอผลงานแห่งความภาคภูมิใจที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายพระเนตร
ณ จุดนี้เองที่ได้เกิดเหตุการณ์อันแสนประทับใจและกลายเป็นที่กล่าวขานไปทั่วประเทศ เมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสนพระทัยในรายละเอียดของผ้าไหมลายโบราณที่ราษฎรนำมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย พระองค์ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชนด้วยความใส่พระทัย ทรงซักถามถึงที่มา ลวดลาย และกระบวนการทอผ้าด้วยความชื่นชม ในขณะเดียวกันนั้น พระองค์ได้ทรงหันไปมีพระราชดำรัสกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อกราบบังคมทูลรายงานถึงความงดงามและคุณค่าของผ้าไหมผืนดังกล่าว และในวินาทีนั้นเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระราชกระแสตอบกลับสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี อย่างเป็นกันเองและเปี่ยมไปด้วยความเมตตา โดยทรงเรียกพระราชินีว่า น้อง
ถ้อยคำดังกล่าวแม้จะเป็นเพียงคำสั้นๆ แต่กลับสะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความผูกพัน และความอบอุ่นในฐานะพระบรมวงศานุวงศ์ที่ทรงมีต่อกัน พระราชอิริยาบถที่ดูเป็นธรรมชาติและเรียบง่ายนี้ ได้ทลายกำแพงแห่งความเป็นทางการลงชั่วขณะ เผยให้เห็นถึงมุมมองที่อบอุ่นและเป็นมนุษย์ปุถุชนที่ทำให้พสกนิกรที่เฝ้ารอรับเสด็จในบริเวณนั้น รวมถึงผู้ที่ได้รับชมคลิปวิดีโอในภายหลัง ต่างรู้สึกปลื้มปีติและอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามไปกับความน่ารักของทั้งสองพระองค์ หลายคนต่างแสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันว่า เป็นบุญตาอย่างยิ่งที่ได้เห็นภาพความใกล้ชิดและความรักของล้นเกล้าทั้งสองพระองค์ ซึ่งเป็นขวัญและกำลังใจอันยิ่งใหญ่ให้กับประชาชนชาวไทย
นอกจากความประทับใจในพระราชอิริยาบถส่วนพระองค์แล้ว เหตุการณ์นี้ยังเน้นย้ำให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงมีต่อการอนุรักษ์และสืบสานงานศิลปาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานทอผ้าไหมไทย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเป็นแบบอย่างในการฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทยในทุกโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการส่งเสริมและสนับสนุนภูมิปัญญาการทอผ้าของชาวบ้านให้คงอยู่คู่สังคมไทย
การที่ทั้งสองพระองค์ทรงให้ความสนพระทัยและทรงรับของที่ระลึกเป็นผ้าไหมลายโบราณจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนจังหวัดมหาสารคามในครั้งนี้ นับเป็นการพระราชทานกำลังใจอันสูงสุดแก่เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและช่างทอผ้าทุกคนในภาคอีสาน ทำให้พวกเขามีความภาคภูมิใจในอาชีพและภูมิปัญญาของตนเอง เกิดเป็นแรงผลักดันที่จะมุ่งมั่นพัฒนางานทอผ้าให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น พร้อมทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้เหล่านี้จากรุ่นสู่รุ่น เพื่อไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา การสนับสนุนจากสถาบันพระมหากษัตริย์จึงเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ทำให้ชาวบ้านมีรายได้ มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้นจึงไม่ใช่เพียงแค่การเสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจตามปกติ แต่เป็นช่วงเวลาแห่งการเชื่อมโยงสายใยแห่งความผูกพันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับพสกนิกรชาวไทยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ภาพจำของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงแย้มพระสรวลและทรงเรียกพระราชินีว่า น้อง ตลอดจนความใส่พระทัยที่ทรงมีต่องานฝีมือของราษฎร จะยังคงเป็นภาพที่งดงามและสถิตอยู่ในใจของคนไทยทุกคนไปอีกนานแสนนาน เรื่องราวนี้ได้ถูกเผยแพร่และส่งต่อผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง กลายเป็นข่าวสารบนกูเกิลดิสคัฟเวอร์ที่ได้รับความสนใจและมีผู้เข้าชมเพื่อร่วมชื่นชมพระบารมีอย่างล้นหลาม สะท้อนให้เห็นว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยเสมอมา
การเสด็จพระราชดำเนินเยือนภาคอีสานในครั้งนั้น ยังได้แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและการเข้าถึงง่ายของสถาบันพระมหากษัตริย์ในยุคปัจจุบัน พระองค์ทรงเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ใกล้ชิด ได้รับฟังเสียงสะท้อน และได้รับรู้ถึงความเป็นอยู่ของราษฎรอย่างแท้จริง ผ่านการทอดพระเนตรผลงานและการสนทนากับชาวบ้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการทรงงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ห่างไกลเพียงใด พระเมตตาของพระองค์ก็แผ่ไปถึงเสมอ
ท้ายที่สุดนี้ เรื่องราวของโมเมนต์ประทับใจดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงแค่ข่าวสารที่ผ่านเข้ามาแล้วผ่านไป แต่เป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต วัฒนธรรม และความผูกพันอันลึกซึ้งของสังคมไทย การทรงเรียกพระราชินีว่า น้อง เป็นการสื่อสารที่เรียบง่ายแต่งดงาม แสดงให้เห็นถึงความรักที่มั่นคง เป็นแบบอย่างของสถาบันครอบครัวที่อบอุ่น ในขณะเดียวกัน พระราชกรณียกิจที่ทรงอุทิศเพื่อประชาชนก็เป็นประจักษ์พยานถึงความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่ที่ทรงมีต่อแผ่นดินไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
คำถามที่พบบ่อย
เหตุการณ์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเรียกพระราชินีว่าน้องเกิดขึ้นที่ไหน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นภายหลังจากการเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ณ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร ระหว่างการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรที่มารอรับเสด็จ
สิ่งของใดที่ราษฎรนำมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายจนเป็นเหตุให้เกิดโมเมนต์ประทับใจนี้ ตัวแทนจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนทอผ้าไหมลายโบราณบ้านแก้วเวียงคำ จังหวัดมหาสารคาม ได้นำผ้าไหมทอมือลายโบราณซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของภาคอีสานมาทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายแด่ทั้งสองพระองค์ ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงให้ความสนพระทัยและกราบบังคมทูลรายงานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
การที่ทั้งสองพระองค์ทรงสนับสนุนงานทอผ้าไหมส่งผลดีอย่างไรต่อประชาชน การสนับสนุนของทั้งสองพระองค์นับเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจอันยิ่งใหญ่ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมและช่างทอผ้าในพื้นที่ภาคอีสานและทั่วประเทศ ทำให้เกิดความภาคภูมิใจในภูมิปัญญาท้องถิ่น ช่วยสร้างรายได้ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน และส่งเสริมให้เกิดการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมไทยให้สืบทอดต่อไปอย่างยั่งยืน