ทำไมหวยจึงอาจจะไปออกที่ “เสี่ยหนู”? คำตอบไม่ได้อยู่ที่จำนวน ส.ส. เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “คอนเนกชัน” และ “ความไว้วางใจ” จากชนชั้นนำ

ท่ามกลางความเงียบงันที่ปกคลุมทำเนียบรัฐบาล ภายใต้ฉากหน้าที่ดูเหมือนราบรื่นของการทำงานในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ลึกลงไปในคลื่นใต้น้ำทางการเมือง กลับมีแรงกระเพื่อมขนาดมหึมาที่กำลังส่งสัญญาณเตือนถึง “การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่” ที่อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่ใครหลายคนคาดคิด

เมื่อสปอตไลต์ทางการเมืองฉายส่องไปที่ บ้านจันทร์ส่องหล้า และความเคลื่อนไหวของอดีตนายกรัฐมนตรีผู้มากบารมีอย่าง ทักษิณ ชินวัตร ที่ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่การกลับมาเลี้ยงหลานตามที่เคยประกาศไว้ แต่ทุกย่างก้าวคือการเดินหมากรุกกระดานสำคัญ ที่มีเดิมพันคือเก้าอี้ผู้นำสูงสุดของประเทศ โดยมีตัวละครลับที่เริ่มเปิดหน้าอย่าง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ก้าวขึ้นมาเป็นแคนดิเดตหมายเลขหนึ่งในสมการอำนาจใหม่นี้

นี่คือบทวิเคราะห์เจาะลึกเบื้องหลังเกมการเมือง ที่ไม่ได้มีแค่เรื่องของผลประโยชน์ แต่คือการช่วงชิงความได้เปรียบในวันที่ดุลอำนาจกำลังเปลี่ยนมือ

สัญญาณอันตราย ถึงเก้าอี้ เศรษฐา ทวีสิน

 

Có thể là hình ảnh về văn bản cho biết 'ข่าว ข่าวร้อน ร้อน ooulau เปิดโปง! วิกฤตก ตการ มือ วิกฤตการเมือง-ราชวงค์ -ราชวงศ์ รวงศ์ ค์ ความลับสะเือนบัลลังก์ ทือ ความ ล สะเ'

 

แม้ว่านายเศรษฐา ทวีสิน จะพยายามเดินหน้าทำงานอย่างหนักในฐานะเซลส์แมนประเทศไทย เดินสายโรดโชว์ดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์ภายในประเทศกลับเต็มไปด้วยขวากหนาม ทั้งปัญหาสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่ยังลูกผีลูกคน และที่สำคัญที่สุดคือ “ชะตากรรมทางกฎหมาย”

คดีความที่ค้างคาอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ เปรียบเสมือนระเบิดเวลาที่ผูกติดอยู่กับเก้าอี้นายกฯ ซึ่งหลายฝ่ายวิเคราะห์ตรงกันว่า หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองจนทำให้นายเศรษฐาต้องหลุดจากตำแหน่ง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางจริยธรรมหรือคุณสมบัติ ตัวเลือกถัดไปของพรรคเพื่อไทยอย่างนางสาวแพทองธาร ชินวัตร อาจยังไม่ใช่ “คำตอบ” ในเวลานี้ ด้วยเงื่อนไขของวัยวุฒิและสถานการณ์ที่ยังไม่สุกงอม

ช่องว่างแห่งอำนาจนี้เอง ที่ทำให้ชื่อของ อนุทิน ชาญวีรกูล ถูกหยิบยกขึ้นมาบนโต๊ะเจรจาอีกครั้ง ในฐานะ “โซ่ข้อกลาง” ที่เชื่อมรอยต่อระหว่างขั้วอนุรักษนิยมและขั้วประชาธิปไตย

ทำไมต้องเป็น อนุทิน? ผ่ารหัสลับค่ายสีน้ำเงิน

 

สำรวจเพิ่มเติม

Dolphin watching tours

Eco-Tourism Packages

Animal Conservation Donations

 

ทำไมหวยจึงอาจจะไปออกที่ “เสี่ยหนู”? คำตอบไม่ได้อยู่ที่จำนวน ส.ส. เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “คอนเนกชัน” และ “ความไว้วางใจ” จากชนชั้นนำ

  1. บารมีค่ายสีน้ำเงิน: พรรคภูมิใจไทยในวันนี้ ไม่ใช่พรรคขนาดกลางอีกต่อไป แต่เป็นพรรคที่มีฐานเสียงแน่นหนา โดยเฉพาะในพื้นที่ต่างจังหวัด และมีเครือข่ายบ้านใหญ่ที่ทรงพลัง การมีอยู่ของพรรคภูมิใจไทยคือหลักประกันความมั่นคงของรัฐบาลชุดนี้

  2. สายสัมพันธ์ สว. สายสีน้ำเงิน: ผลการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดใหม่ที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ชัดว่าเครือข่ายที่เชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทยสามารถครองพื้นที่ในสภาสูงได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ซึ่งนี่คือกุญแจดอกสำคัญในการผ่านกฎหมายและการโหวตในวาระสำคัญ ซึ่งทักษิณและพรรคเพื่อไทยมองข้ามจุดนี้ไปไม่ได้

  3. ทางลงที่สวยงาม: หากพรรคเพื่อไทยไม่สามารถดันคนของตัวเองขึ้นนำต่อได้ การหลีกทางให้พันธมิตรอย่างอนุทินขึ้นมาขัดตาทัพ อาจเป็นทางเลือกที่เจ็บตัวน้อยที่สุด และยังรักษาเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาลไว้ได้ ดีกว่าปล่อยให้เก้าอี้หลุดไปอยู่กับขั้วตรงข้าม

ดีลลับบ้านจันทร์ฯ กับปฏิบัติการเปลี่ยนขั้ว

แหล่งข่าววงในทางการเมืองระบุว่า มีการส่งสัญญาณพูดคุยกันอย่างลับๆ ระหว่างแกนนำระดับสูง การพบปะกันที่เขาใหญ่ หรือการร่วมวงกินข้าวในโอกาสสำคัญ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการเช็กท่าทีและวางเงื่อนไข หากวันใดวันหนึ่ง “เรือแป๊ะ” จำเป็นต้องเปลี่ยนกัปตัน

ทักษิณ ชินวัตร ผู้ซึ่งเจนจัดในเกมการเมือง ย่อมอ่านขาดว่า การฝืนดันคนของตัวเองในวันที่กระแสลมไม่เป็นใจ อาจนำมาซึ่งความพังพินาศ การเลือกพันธมิตรที่ไว้ใจได้และคุยง่ายอย่างอนุทิน อาจเป็น “Win-Win Solution” ในสถานการณ์ที่เพื่อไทยต้องการประคองตัวให้ครบเทอม

 

สำรวจเพิ่มเติม

Bird Watching Binoculars

Wildlife tracking apps

Sea turtle adoption programs

 

นอกจากนี้ บทบาทของ วิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษาของนายกฯ และเนติบริกรชั้นเซียน ที่เข้ามาช่วยดูข้อกฎหมาย ก็ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมทางหนีทีไล่ให้กับรัฐบาล ไม่ว่าผลจะออกมาในรูปแบบใด การมีมือกฎหมายระดับพระกาฬคอยกลั่นกรอง ย่อมทำให้การส่งต่ออำนาจ (ถ้ามี) เป็นไปอย่างแนบเนียนที่สุด

ปฏิกิริยาคนดังและกระแสสังคม

ในโลกโซเชียลมีเดียและแวดวงคนดัง เริ่มมีการจับตามองปรากฏการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายการเมืองเริ่มออกมาวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะได้นายกฯ คนที่ 31 ในเร็วๆ นี้ กระแสแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องกับการเมืองกลับมาติดเทรนด์ทวิตเตอร์ (X) อีกครั้ง สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนไม่ได้นิ่งเฉย และพร้อมจะตั้งคำถามต่อทุกความเปลี่ยนแปลง

หากอนุทินก้าวขึ้นมาเป็นนายกฯ จริง สิ่งที่จะตามมาคือการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งใหญ่ (ครม.) ที่จะส่งผลกระทบต่อนโยบายสำคัญหลายด้าน ทั้งเรื่องกัญชาเสรี การสาธารณสุข และการคมนาคม ซึ่งเป็นกระทรวงเกรดเอที่ภูมิใจไทยดูแลอยู่

บทสรุป: เกมนี้ไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร

การเมืองไทยในชั่วโมงนี้ คือละครโรงใหญ่ที่บทสามารถพลิกได้ตลอดเวลา ความสัมพันธ์ระหว่างทักษิณและอนุทิน ที่เคยเป็นทั้งลูกน้อง-เจ้านาย เป็นคู่แข่ง และวันนี้มาเป็นพรรคร่วมรัฐบาล พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า “ผลประโยชน์” คือตัวแปรเดียวที่ขับเคลื่อนกลไกอำนาจ

ประชาชนต้องจับตาดูอย่างไม่กะพริบตา เพราะสัญญาณการเปลี่ยนม้ากลางศึกเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการขยับตัวของบ้านใหญ่ การท่าทีขององค์กรอิสระ หรือแม้แต่คำให้สัมภาษณ์ที่มีนัยยะ นี่ไม่ใช่แค่ข่าวลือ แต่มันคือเค้าลางของพายุใหญ่ที่กำลังจะพัดถล่มทำเนียบรัฐบาลในอีกไม่ช้า

หากอนุทินได้ขึ้นเป็นนายกฯ จริง ประเทศไทยจะเปลี่ยนทิศทางไปทางไหน? และพรรคเพื่อไทยจะยอมลดเพดานบินของตัวเองลงจริงหรือไม่? เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่ที่แน่ๆ เกมนี้คนเดินหมากชื่อ “ทักษิณ” ยังคงกุมความได้เปรียบอยู่หลังม่านอย่างแน่นอน


คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. มีความเป็นไปได้แค่ไหนที่ เศรษฐา ทวีสิน จะหลุดจากตำแหน่งนายกฯ? มีความเป็นไปได้ โดยขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีคุณสมบัติ หากศาลชี้ว่าขาดคุณสมบัติ นายเศรษฐาจะต้องพ้นจากตำแหน่งทันที ซึ่งจะนำไปสู่กระบวนการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่

2. หากนายกฯ เศรษฐา พ้นจากตำแหน่ง ใครมีสิทธิ์เป็นนายกฯ คนต่อไป? ตามกฎหมาย ต้องเลือกจากแคนดิเดตนายกฯ ที่พรรคการเมืองเสนอชื่อไว้ในการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ซึ่งพรรคร่วมรัฐบาลมีตัวเลือกหลักๆ คือ แพทองธาร ชินวัตร, ชัยเกษม นิติสิริ (เพื่อไทย) และ อนุทิน ชาญวีรกูล (ภูมิใจไทย) รวมถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ (พลังประชารัฐ)

3. ทำไม อนุทิน ถึงถูกมองว่าเป็นตัวเต็งมากกว่า อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร? เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่เปราะบาง การผลักดันนางสาวแพทองธารในขณะนี้อาจมีความเสี่ยงสูงเกินไปและอาจกลายเป็นเป้าโจมตี ขณะที่นายอนุทินมีประสบการณ์บริหาร เป็นที่ยอมรับของขั้วอำนาจเก่า และมีฐานเสียง สว. สนับสนุน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ประนีประนอมได้ดีกว่า

4. พรรคเพื่อไทยจะได้อะไร หากยอมยกเก้าอี้นายกฯ ให้ภูมิใจไทย? เพื่อไทยจะได้รักษาเสถียรภาพของพรรคร่วมรัฐบาล หลีกเลี่ยงความขัดแย้งรุนแรง และยังคงเป็นแกนนำหลักในการบริหารประเทศ โดยอาจมีการต่อรองโควตารัฐมนตรีกระทรวงสำคัญๆ แลกเปลี่ยนกับการให้ตำแหน่งนายกฯ แก่พรรคร่วม

5. ประชาชนควรเตรียมรับมืออย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองนี้? ควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนผ่านอำนาจ อย่างไรก็ตาม คาดว่านโยบายหลักๆ ที่ส่งผลต่อปากท้องประชาชนจะยังคงดำเนินต่อไปเพื่อรักษาคะแนนนิยมของรัฐบาล

Related articles

รอยต่อทางประวัติศาสตร์: จากปรีดี ถึงทักษิณ

ในแวดวงการเมืองไทย หากจะกล่าวถึงอำนาจที่มองไม่เห็นแต่มรสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด สิ่งนั้นไม่ใช่เพียงแค่จำนวนเสียงในสภาหรือตำแหน่งทางการเมือง แต่คือรากฐานทางสังคมและสายสัมพันธ์ที่ถักทอมายาวนานนับร้อยปี วันนี้เราจะพาคอการเมืองและผู้สนใจประวัติศาสตร์ไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังที่แท้จริงของความแข็งแกร่งในขั้วอำนาจทางการเมือง ผ่านนามสกุลดังที่ใครได้ยินก็ต้องเกรงใจ นั่นคือ “ณ ป้อมเพชร” รากฐานอำนาจที่หยั่งลึกกว่าที่ตาเห็น เมื่อพูดถึงการเมืองไทยในยุคปัจจุบัน หลายคนอาจโฟกัสไปที่ตัวบุคคลที่เป็นผู้นำหรือแกนนำพรรค แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกลงไปถึงโครงสร้างสังคมไทย จะพบว่า “ระบบเครือญาติ” และ “สายตระกูล” ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่รับราชการสนองพระเดชพระคุณมาตั้งแต่สมัยโบราณ นามสกุล “ณ ป้อมเพชร” ไม่ใช่นามสกุลที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคประชาธิปไตย แต่เป็นสายตระกูลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ย้อนกลับไปได้ไกลถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ต่อเนื่องมาจนถึงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี…

อนุรักษ์ เก่า ที่ ตอน นี้ เนี่ย นะ อยู่ ใน ความ ดู แล ของ สุรยุทธ์ จุฬานนท์ นะ ฮะ แล้ว ก็ ไอ้ ไๆ ไๆ ไๆ

กรณี อุ้งอิ๊ง เออ จะ ไป ยัง ไง กัน ต่อ ถึง ขั้น >> เอ่อ รุนแรง ไป ถึง ขั้น ไหน เออ >> ไอ้ ฮุนเซน ถือ ว่า ทำ งาน ภารกิจ สำเร็จ ลุ…

จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ท่ามกลางกระแสความสนใจของผู้คนในสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องราวของดวงชะตาบ้านเมือง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ทางการเมืองและสังคม มักจะมีการหยิบยกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และคำทำนายเก่าแก่ขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอ หนึ่งในเรื่องเล่าขานที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องและถูกแชร์ต่อกันในวงกว้างบนโลกออนไลน์ คือบันทึกคำทำนายที่อ้างว่าเป็นของ “โหรหลวง” ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยนัยยะทางประวัติศาสตร์ที่ชวนให้ขบคิดตาม โดยเฉพาะการแบ่งยุคสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์ออกเป็น 12 ยุค หรือ 12 รัชกาล ซึ่งแต่ละยุคจะมีชื่อเรียกขานที่สื่อถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกรายละเอียดของคำทำนายดังกล่าว ตั้งแต่อดีต จนถึงยุคปัจจุบัน และก้าวต่อไปในอนาคตที่ถูกทำนายไว้ว่าประเทศไทยจะก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจระดับโลก จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 1…

ขุมทรัพย์ใต้พิภพ: ทองคำ 15 ตันและแก้วมณี

ในห้วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง สังคมไทยมักจะหันกลับมาหาที่พึ่งทางใจและความหวังจากตำนานความเชื่อ โดยเฉพาะคำทำนายจากพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หนึ่งในคำทำนายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์และวงสนทนาธรรมะ คือบันทึกคำพยากรณ์ของ “พระราชพรหมยาน” หรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” แห่งวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งท่านได้เคยกล่าวถึงอนาคตของประเทศไทยในยุคสมัยของรัชกาลที่ 10 ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะนำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งระดับโลก ย้อนรอยตำนาน “ฤๅษีทัศนาจร” เรื่องราวคำทำนายนี้มีที่มาจากหนังสือ “ฤๅษีทัศนาจร” ซึ่งเป็นการรวบรวมคำเทศนาและบันทึกการสนทนาของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะในเล่มที่ 1 ตอนที่ชื่อว่า “เทวดาชวนขุดทอง” เนื้อหาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเล่าเรื่องลี้ลับ แต่เป็นการแฝงธรรมะและนิมิตหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย ตามบันทึกระบุว่า…

ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา

ในห้วงเวลาที่พสกนิกรชาวไทยต่างเฝ้าติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี หนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงและให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวางคือบทบาทและอนาคตของ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระองค์กำลังเจริญพระชนมายุเข้าสู่วัยหนุ่มฉกรรจ์ ซึ่งตามโบราณราชประเพณีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักถือเป็นช่วงเวลาที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกวิเคราะห์ถึงเส้นทางของพระองค์ผ่านมุมมองของ กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ การตีความสถานะทางกฎหมาย และก้าวย่างสำคัญสู่การเป็น “สมเด็จพระยุพราช” หรือองค์รัชทายาทโดยแท้ ที่คนไทยทั้งแผ่นดินต่างรอคอย ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2548 ณ โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรชาวไทยต่างปลื้มปีติยินดีกับข่าวการประสูติของพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ในขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) กับท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี พระกุมารผู้มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ…

เกมพลิกจุดจบ ท่านเรวัตจัดชุดใหญ่ คนสั่งย้าย ผู้การธรรมนูญปะทะนายพลเขมร

นาว เอก ธรรมนูญ ถูก ย้าย นะ ครับ ตั้ง ใจ มา ไลฟ์ วัน นี้ ก็ จะ พูด เรื่อง นี้ แหละ ครับ ผม ถาม ว่า เรา เป็น ผู้ บังคับ บัญชา ไป ย้าย นาวา เอก ธรรมนูญ…