มัน ตกลง ว่า มัน น ไป ดู ไป ดู ไป ดู พระ นี่ แหละ เหรอ พอ ดี ว่า วิชาการ เออ ครับ

อ้า มา แล้ว ครับ พ่อ ใหญ่ หน้า วัง สวัสดี สหาย ไทย บ้าน โอ๊ย เสียง หยัง เนาะ ฮัลโหล ฮัลโหล ออ มา แล้ว ได้ ยิน แล้ว ได้ ยิน แล้ว โอเค สวัสดี ครับ สวัสดี ท่าน ผู้ ฟัง ทุก ท่าน นะ ครับ ไป ตื่น มา เยี่ยว อะไ เลย แ ชวน มา คุย หน่อย เออ ก็ นึก ว่า ไม่ นึ ว่า สาย เยอะ ก็ ให้ เข ไป ไป เลย ไป เรื่อย ๆ เลย ก็ อย่า งี้ แหละ งี้ แหละ นะ มัน มัน มา เด็ก ก็ รู้ กัน รู้ กัน โอเค ที นี้ พอ ดี ว่า อัน มื้อ จบ เร็ว ก็ จบ เร็ว หรอก พี่ กุทอง กระด สู เมื่อ วาน นี้ เพิ่ง กลับ มา จาก ลาว ครับ เป็น ไง มั่ง ผ้า ผ้า ที่ เ้า ขุด อ่ะ เป็น ไง มั่ง

มัน ตกลง ว่า มัน น ไป ดู ไป ดู ไป ดู พระ นี่ แหละ เหรอ พอ ดี ว่า วิชาการ เออ ครับ ไป กับ กรม สิลป์ ไป กับ พวก จักรินทร์ พวก เนี้ย พวก ม ศิลปกร นะ ครับ เ ทาง ไป ด้วย ไม่ ใช่ เหรอ ไม่ ได้ ไป เหร ทาง ไป ยัง ไม่ ได้ ไป ไม่ ได้ ไป ไหน ก็ อยู่ ใน ไทย นี่ แหละ อ นะ ครับ แต่ ผม เอ แต่ ผม น่ะ ไป เพราะ ว่า เค้า เชิญ ไป ล คือ มหาวิทยาลัย เชียง ใหม่ อ่ะ ทำ เรื่อง ไป นาน แล้ว เออ แล้ว ปรากฏ ว่า ทาง นู้น เ้า เพิ่ง ตอบ รับ เ ก็ เลย เอ้ย ดี ไป ก็ เลย ตื่น มา วัน ก่อน หน้า นู้น ตี 1:00 น กว่า กล้า มา แก มา เปิด ดู YouTube

ช่อง ไฟ เย็น ช่อง ไฟ เย็น ยัง ไม่ ปิด นะ ครับ เออ เพราะ กู กลับ มา เมื่อ วาน นี้ เ้า ปิด แล้ว ัง ไม่ ไม่ ตี น แก จะ มา โฟน ตั้ง แต่ เมื่อ คืน แล้ว เออ บอก เลย เอ นะ ครับ ก็ เอ่อ เพิ่ง กลับ มา จาก ลาว พอ ดี ว่า ไป วิชาการ ทาง นู้น นะ ครับ ก็ ไป ดู พระ พุทธรูป ที่ เขา ไป งม ได้ บริเวณ นั้น มา เอ ก็ สวย ดี นะ ครับ สวย มี พยายาม จะ ดิสเครดิต กัน วย เฮ้ย พวก มึง เอา ไป ทิ้ง ไว้ แต่ ตอน ไหน ก็ บอก ว่า งม ได้ ของ มัน ไม่ มี หรอก ของ แท้ ทั้ง นั้น แหละ ของ แท้ ทั้ง นั้น แหละ นะ ครับ ของ แท้ ทั้ง นั้น มี ประวัติ มี หลัก ฐาน คือ เวลา ไม่ มี

ประวัติศาสตร์ ของ เพื่อน บ้าน อะไ ก็ ขุด ได้ อะไร อย่าง ยิ่ง ใหญ่ นะ คน ไทย ชอบ ขิง เว้ย อิจฉา อิจฉา เขา อิจฉา เขาา แต่ ก่อน แต่ ก่อน มัน ก็ ไม่ มี ไทย ลาว หรอก มัน เป็น เชียงแสน นะ ครับ มัน เป็น เชียงแสน มัน เป็น พวก โยนก คือ พวก เนี้ย คือ จริง ๆ เชียงใหม่ ทาง นู้น น่ะ มัน เป็น เชียงแสน ใช่ มั้ย สมัย ก่อน เ โยนก เชียงแสน เออ เออ 400-500 ปี ที่ แล้ว เนี่ย เค้า เก่ง อยู่ แล้ว ใน เรื่อง การ ทำ พระ พุทธรูป ศิลปะ เนี่ย นะ ครับ มัน ไม่ ไ หรอก เพราะ ว่า เวลา เ้า แบ่ง ยุค สมัย เนี่ย เนี่ย เขา ก็ จะ แบ่ง ยุค ตั้ง แต่ ทวารวดี ก็ ทาง ตอน กลาง อื

Có thể là hình ảnh về văn bản cho biết 'ข่าวล่าสุด ด่วน กระแสเดือด การ การเมือง มือง ไทย ปะทะ คำพูด ร้อนแรง สังคม จับตา ทันที MyИ6R นาอกิเดา นายก ម្តងវ ၁၀၀၀'

Có thể là hình ảnh về văn bản cho biết 'หมัดเดียว มึง มึงโดนม.112 12'

ทวารวดี เชียงแสน อู่ทอง สุโขทัย อยุธยา อื แล้ว ก็ มา รัตนโกสินทร์ นะ ฮะ อัน นี้ แบ่ง แบบ คร่าว ๆ ไอ้ ที่ เนี่ย เชียงแสน 500 ปี กว่า แน่ นอน แล้ว พวก โยนก เชียงแสน นี่ แหละ เป็น คน แกะ พระ แก้ว มรกต อื เพราะ พระ แก้ว มรกต เนี่ย นะ ครับ เป็น ศิลปะ เชียงแสน เออ ศิลปะ เชียงแสน ที่ วัด ป่า เอ อื นะ ครับ นี่ ก็ เป็น อย่าง งั้น แล้ว ช่าง ฝี มือ อะไ เป็น ช่าง ฝี มือ จาก ไหน ที่ แกะ พระ แก้ว เนี่ย ชาว ชาว กรีด เหรอ พวก ชาว โยนก ชาว เชียงแสน เนี่ย แหละ เป็น ศิลปะ เชียงแสน นี่ แหละ ส นวกรรม สุด ยอด นะ มัน แกะ หยก เป็น

อย่าง งั้น ได้ อ่ะ เออ ไม่ ธรรมดา นะ ฝี มือ อู้ หย ไอ ปลา แก้ว นี่ ยัง น้อย ไป ครับ ไอ้ ที่ วัด ดอนสวรรค์ น่ะ สมัย สุวรรณโค คำ เา มี พระ แก้ว ที่ แกะ จาก บุษราคำ นะ สวย กว่า พระ แก้ว มรกฏ เรา อีก ออ ครับ ผม ไป เห็น แล้ว แต่ เขา ไม่ ได้ ให้ ชม เป็น ที่ สาธารณะ นะ เขา ให้ แต่ คน อัน นี้ ไป ดู ผม ก็ เลย ขอ เา ไป ดู ที่ วัด ดอนสวรรค์ เ เก็บ ไว้ ใน กง อย่าง ดี เลย โอ ผม ก็ ได้ ไป ดู โอ งาม มาก เ ห้าม ถ่าย รูป ด้วย นะ ว่า จะ ถ่าย รูป มา ฝาก อยู่ อ้า ทำไม อ่ะ เอา ก็ ขอ เค้า แล้ว กรม ศี เรา บอก บ่ ได้ บ ได้ ซั เอา ไม่ ได้ ก็ ไม่ ได้ กู ไม่ ได้ ไม่ ถ่าย

อ๋อ ถ่าย ูบ กับ แพ้ง เนาะ เออ บ่ ได้ บ่ ได้ ครับ เพราะ ว่า เขา ถือ ก็ เหมือน บ้าน เรา แหละ ปลา แก้ว มรกต เ ก็ ไม่ ให้ เอา ไม่ ให้ เอา กล้อง เข้า ไป ถ่าย อ่ะ ไอ้ รูป ที่ ออก มา เป็น รูป ของ ทาง ราชสำนัก ถ่าย เท่า นั้น ออ เออ คล้าย ๆ กัน นะ ครับ คล้าย ๆ กัน เขา ก็ ไม่ อนุญาต ให้ อ้า ไม่ ถ่าย ก็ ไม่ ถ่าย เออ ๆ ๆ แต่ สวย กว่า พระ แก้ว มรกต มาก นะ ฮะ สรุป แล้ว พระ ที่ นี้ ของ เก่า แท้ แน่ นอน กี่ กี่ กี่ รอย ปี แน นอน แน่ นอน ถึง ยุค ถึง ยุ เอ่อ ประมาณ 500 กว่า ปี ปี ออ ครับ อื เ เ เขียน ว่า พระ เจ้า สวร โคม คำ แล้ว ก็ มี ตำนาน ก็ โอ 520

ปี นะ มี จาน ลึก อยู่ อ อ อื ๆ ๆ โอเค อ ที นี้ โอเ วัน ที่ เท่า ไหร่ วะ 12 ใช่ มั้ย พี่ ขุ นอง ถาม ว่า ยุบ พรรค ก้าว ไกล หรือ เปล่า ใช่ มั้ย เอ เออ เป็น ยัง ไง ตื่น เต้น ลุ้น กัน ใหญ่ เลย ล่ะ มัน จะ ยอ เสียง มั้ย ยัง เค้า ยัง วัน นั้น ยัง ไม่ ยุบ หรอก นะ ครับ ยัง ไม่ ยุบ เพราะ ว่า มัน ต้อง ผ่าน วัน เกิด ไป ก่อน ใช่ มั้ย ไม่ ไม่ ใช่ พอ ดี เอ่อ ศาล ยัง ไม่ มี คือ เวลา เค้า พิพากษา เนี่ย นะ อื ก็ ก่อน จะ พิพากษา ประมาณ 1 อาทิตย์ ผู้ พิพากษา ทุก คน มัน จะ ประชุม ก่อน แต่ ที นี้ มัน ยัง ไม่ มี การ ประชุม ใหญ่ กัน อื

คือ ประชุม ลง มติ กัน นะ ครับ แล้ว ก็ เอา คำ พิพากษา เนี่ย ไป ทำ เป็น คำ พิพากษา ใหม่ รวม คำ พิพากษา แล้ว ก็ รอ พิพากษา แต่ ยัง ไม่ มี การ ประชุม ใหญ่ เพราะ ว่า พรรค ก้าว ไกล เนี่ย ส่ง คำ ชี้ แจง เพื่อ ขอ ต่อ สู้ คดี วัน ที่ 12 เนี่ย ศาล ก็ คง จะ ตัด สิน แค่ ว่า มึง จะ ตัด คือ ศาล จะ ให้ ไป ให้ ปาก คำ อ่ะ ก็ จะ มี เบิก ความ ก็ มี หัว หน้า พรรค กับ พิธา ที่ จะ ขึ้น เบิก ความ แล้ว ก็ ฝ่าย กฎ หมาย ข้าง นอก นะ ครับ ขึ้น เบิก ความ แทน ทำนอง นั้น ก็ ยัง ไม่ ถือ ว่า ยุบ เลย หรอก นะ ต้อง ไป มี การ ไป ให้ การ ต่อ ศาล ก่อน นะ ครับ อ่า ก็ มา

นำ เรียน ประมาณ นี้ นะ ครับ ครับ ครับ ออ ก็ ก็ ยืด อะไ สรต ว่า ยืด ออก ไป ใช่ มั้ย 12 ไม่ มี แนว โน้ม อะไร เออ ๆ ก็ ก็ ยืด ออก ไป อู้ หู กลัว จะ มี คำ พิพากษา นู่น ล่ะ กรกฎาคม สิงหาคม ยาว ไป นู่น ล่ะ เกิน เดือน เกิน เกิน วัน เกิด เสี่ย ก่อน อ โอเค โอเค รับ ทราบ นะ เออ เพราะ ว่า โอ้ ยัง ผม เชื่อ ว่า เค้า ก็ ประเมิน เหมือน กัน ไง เพราะ ว่า ได้ รับ บท เรียน จาก อนาคต ใหม่ ไง อ เออ ยัง ยัง ไม่ มี พิพาษา ง่าย หรอก รอ ทักษิณ เข้า คุก ก่อน เอ้ย ไม่ ใช่ พูด เล่น นะ คุณ ทักษิณ ไม่ ต้อง ตก ใจ คุก กับ ี ภัย อีก รอบ อะไร จะ เกิด

ก่อน โอ้ย วัน ที่ 28 เ ได้ ประกัน ตัว แน่ นอน เหรอ ผม พูด ล่วง หน้า ไว้ เลย นะ ครับ เ ได้ ประกัน ตัว แน่ นอน เหตุ ผล ที่ ได้ ประกัน ตัว เพราะ ว่า อะไร ครับ วัน ที่ ปล่อย ตัว ตะวัน ออก มา กับ แฟรงค์ เนี่ย นะ ครับ เป็น วัน ที่ คุณ ทักษิณ เนี่ย โดน ฟ้อง อื ซึ่ง จริง ๆ แล้ว เ เข้า ใจ ว่า คุณ ทักษิณ จะ ไป มอบ ตัว เลย ใน วัน ที่ อัยการ แถลง แล้ว นะ ครับ ว่า จะ ฟ้อง อ เขา ก็ เลย ปล่อย นัก โทษ ออก มา ก่อน เพื่อ ที่ จะ ได้ ข้อ อ้าง ว่า นี่ ไง นัก โทษ ตะวัน ก็ ได้ ปล่อย ทักษิณ ก็ ได้ ปล่อย เหมือน กัน ทักษิณ ก็ ต้อง ได้ ปล่อย

เหมือน กัน เห็น มั้ ที นี้ ทักษิณ ไม่ ไป ก็ รอ วัน ที่ 28 ออ ก็ ให้ ประกัน ตัว แน่ นอน ครับ เขา ก็ พอ จะ คุย กัน แล้ว ล่ะ นะ ก็ มี ข่าว ลือ ออก มา มาก มาย ไป ตั้ง ท่า อยู่ เขมร มั่ง ไป ตั้ง ท่า อยู่ สิงคโปร์ มั่ง โอ๊ย สารพัด สารพ ช่วง น โอ้ พี่ ขุน ทอง เรื่อง นี้ น่ะ อย่า ไป พูด เลย มัน เรื่อง เก่า แล้ว อื ใคร อยาก รู้ ก็ ไป ดู โพส์ เก่า พี่ ขุ ทอง ประมา ประมาณ 3 เดือน ที่ แล้ว ไป หา เอา แก โพสต์ ไป แล้ว ล เรื่อง เรื่อง พอ ้า เรื่อง เกี่ยว กับ การ ทูต เขมร อะไร ใช่ มั้ย พี่ ขุน ทอง ใช่ มั้ย จำ ได้ นะ เอ ใช่ ไป อ่าน ดู เอา ครับ คุณ อ่าน ตั้ง แต่ ตอน

นั้น แล้ว คุณ จะ รู้ ว่า ขุน ทอง ก็ ตรัสรู้ มา นาน แล้ว แหละ ว่า มัน ต้อง มี การ สั่ง ฟ้อง อะไร เรียบ ร้อย แล้ว อู้ มัน พิมพ์ ไป เยอะ แล้ว เรา พูด เรา พูด เหมือน เรา พูด ขี้ เก่า อ่ะ พูด ของ เก่า พูด เดิม ๆ ซ้ำ ๆ เออ นะ ครับ เอา ล่ะ ประมาณ นี้ ครับ

Related articles

รอยต่อทางประวัติศาสตร์: จากปรีดี ถึงทักษิณ

ในแวดวงการเมืองไทย หากจะกล่าวถึงอำนาจที่มองไม่เห็นแต่มรสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด สิ่งนั้นไม่ใช่เพียงแค่จำนวนเสียงในสภาหรือตำแหน่งทางการเมือง แต่คือรากฐานทางสังคมและสายสัมพันธ์ที่ถักทอมายาวนานนับร้อยปี วันนี้เราจะพาคอการเมืองและผู้สนใจประวัติศาสตร์ไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังที่แท้จริงของความแข็งแกร่งในขั้วอำนาจทางการเมือง ผ่านนามสกุลดังที่ใครได้ยินก็ต้องเกรงใจ นั่นคือ “ณ ป้อมเพชร” รากฐานอำนาจที่หยั่งลึกกว่าที่ตาเห็น เมื่อพูดถึงการเมืองไทยในยุคปัจจุบัน หลายคนอาจโฟกัสไปที่ตัวบุคคลที่เป็นผู้นำหรือแกนนำพรรค แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกลงไปถึงโครงสร้างสังคมไทย จะพบว่า “ระบบเครือญาติ” และ “สายตระกูล” ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่รับราชการสนองพระเดชพระคุณมาตั้งแต่สมัยโบราณ นามสกุล “ณ ป้อมเพชร” ไม่ใช่นามสกุลที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคประชาธิปไตย แต่เป็นสายตระกูลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ย้อนกลับไปได้ไกลถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ต่อเนื่องมาจนถึงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี…

อนุรักษ์ เก่า ที่ ตอน นี้ เนี่ย นะ อยู่ ใน ความ ดู แล ของ สุรยุทธ์ จุฬานนท์ นะ ฮะ แล้ว ก็ ไอ้ ไๆ ไๆ ไๆ

กรณี อุ้งอิ๊ง เออ จะ ไป ยัง ไง กัน ต่อ ถึง ขั้น >> เอ่อ รุนแรง ไป ถึง ขั้น ไหน เออ >> ไอ้ ฮุนเซน ถือ ว่า ทำ งาน ภารกิจ สำเร็จ ลุ…

จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ท่ามกลางกระแสความสนใจของผู้คนในสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องราวของดวงชะตาบ้านเมือง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ทางการเมืองและสังคม มักจะมีการหยิบยกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และคำทำนายเก่าแก่ขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอ หนึ่งในเรื่องเล่าขานที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องและถูกแชร์ต่อกันในวงกว้างบนโลกออนไลน์ คือบันทึกคำทำนายที่อ้างว่าเป็นของ “โหรหลวง” ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยนัยยะทางประวัติศาสตร์ที่ชวนให้ขบคิดตาม โดยเฉพาะการแบ่งยุคสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์ออกเป็น 12 ยุค หรือ 12 รัชกาล ซึ่งแต่ละยุคจะมีชื่อเรียกขานที่สื่อถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกรายละเอียดของคำทำนายดังกล่าว ตั้งแต่อดีต จนถึงยุคปัจจุบัน และก้าวต่อไปในอนาคตที่ถูกทำนายไว้ว่าประเทศไทยจะก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจระดับโลก จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 1…

ขุมทรัพย์ใต้พิภพ: ทองคำ 15 ตันและแก้วมณี

ในห้วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง สังคมไทยมักจะหันกลับมาหาที่พึ่งทางใจและความหวังจากตำนานความเชื่อ โดยเฉพาะคำทำนายจากพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หนึ่งในคำทำนายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์และวงสนทนาธรรมะ คือบันทึกคำพยากรณ์ของ “พระราชพรหมยาน” หรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” แห่งวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งท่านได้เคยกล่าวถึงอนาคตของประเทศไทยในยุคสมัยของรัชกาลที่ 10 ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะนำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งระดับโลก ย้อนรอยตำนาน “ฤๅษีทัศนาจร” เรื่องราวคำทำนายนี้มีที่มาจากหนังสือ “ฤๅษีทัศนาจร” ซึ่งเป็นการรวบรวมคำเทศนาและบันทึกการสนทนาของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะในเล่มที่ 1 ตอนที่ชื่อว่า “เทวดาชวนขุดทอง” เนื้อหาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเล่าเรื่องลี้ลับ แต่เป็นการแฝงธรรมะและนิมิตหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย ตามบันทึกระบุว่า…

ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา

ในห้วงเวลาที่พสกนิกรชาวไทยต่างเฝ้าติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี หนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงและให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวางคือบทบาทและอนาคตของ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระองค์กำลังเจริญพระชนมายุเข้าสู่วัยหนุ่มฉกรรจ์ ซึ่งตามโบราณราชประเพณีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักถือเป็นช่วงเวลาที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกวิเคราะห์ถึงเส้นทางของพระองค์ผ่านมุมมองของ กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ การตีความสถานะทางกฎหมาย และก้าวย่างสำคัญสู่การเป็น “สมเด็จพระยุพราช” หรือองค์รัชทายาทโดยแท้ ที่คนไทยทั้งแผ่นดินต่างรอคอย ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2548 ณ โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรชาวไทยต่างปลื้มปีติยินดีกับข่าวการประสูติของพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ในขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) กับท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี พระกุมารผู้มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ…

เกมพลิกจุดจบ ท่านเรวัตจัดชุดใหญ่ คนสั่งย้าย ผู้การธรรมนูญปะทะนายพลเขมร

นาว เอก ธรรมนูญ ถูก ย้าย นะ ครับ ตั้ง ใจ มา ไลฟ์ วัน นี้ ก็ จะ พูด เรื่อง นี้ แหละ ครับ ผม ถาม ว่า เรา เป็น ผู้ บังคับ บัญชา ไป ย้าย นาวา เอก ธรรมนูญ…