.เที่ยวงานโครงการหลวง 56 — ชมดอกเอเดลไวส์ ช้อปสินค้าไฮแลนด์

ในยุคปัจจุบันที่สถานการณ์โลกมีความผันผวนทั้งในด้านเศรษฐกิจและสังคม การกลับมาพิจารณาถึงคำทำนายในอดีตของพระเกจิอาจารย์ผู้ทรงอภิญญามักกลายเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและสร้างความหวังให้กับพุทธบริษัทเสมอมา หนึ่งในคำทำนายที่เป็นที่กล่าวขานและได้รับการพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์และในหมู่ลูกศิษย์ลูกหา คือคำพยากรณ์ของ พระราชพรหมยาน หรือที่เรารู้จักกันในนาม “หลวงพ่อฤาษีลิงดำ” อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งท่านได้เคยกล่าวถึงอนาคตของประเทศไทยในช่วงรอยต่อสำคัญของประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในยุคของรัชกาลที่ 10 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ว่าจะเป็นยุคที่ประเทศไทยก้าวไปสู่ความมั่งคั่งมหาศาลจนถึงขั้นเป็นมหาเศรษฐีของโลก

หลวงพ่อฤาษีลิงดำได้เคยปรารภถึงความมหัศจรรย์ของแผ่นดินไทยเอาไว้หลายวาระ โดยเฉพาะเรื่องของ “ทรัพย์ในดิน” ซึ่งท่านระบุว่าภายใต้ผืนแผ่นดินไทยนั้นมีความร่ำรวยซ่อนอยู่มหาศาล ไม่ว่าจะเป็นทองคำ แร่ธาตุที่มีค่า หรือทรัพยากรธรรมชาติที่นานาประเทศต่างถวิลหา ท่านเคยกล่าวไว้ว่าทรัพยากรเหล่านี้จะยังไม่ปรากฏออกมาให้เห็นอย่างเต็มที่จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม นั่นคือเมื่อบ้านเมืองผ่านพ้นวิกฤตการณ์และเข้าสู่รัชสมัยที่บุญบารมีของพระมหากษัตริย์และบุญกุศลของคนในชาติประสานสอดคล้องกันพอดี ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวคือยุคกลางของรัชกาลที่ 10 เป็นต้นไป

ตามคำพยากรณ์ระบุว่า ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่มีความมั่งคั่งสมบูรณ์เป็นกรณีพิเศษ ทุกสิ่งทุกอย่างจะพรั่งพร้อมบริบูรณ์ จนแม้แต่ประเทศในแถบยุโรปหรือเอเชียด้วยกันเองก็ต้องหันมาให้ความสำคัญและเกรงใจในศักยภาพของไทย สาเหตุหลักที่ทำให้ประเทศไทยไปถึงจุดนั้นได้ หลวงพ่อฤาษีลิงดำได้อธิบายไว้ว่าเป็นเพราะอำนาจแห่งบุญบารมีของพระมหากษัตริย์ไทย โดยเฉพาะรัชกาลที่ 9 ที่พระองค์ทรงได้ปูพื้นฐานแห่งความดีและความเพียรเอาไว้ให้อย่างแน่นหนา เปรียบเสมือนการสร้างฐานรากที่แข็งแกร่ง และเมื่อมาถึงยุคของพระราชโอรส คือรัชกาลที่ 10 ซึ่งทรงเป็นกษัตริย์ผู้มีบุญบารมีใหญ่เช่นกัน ทรัพย์สมบัติที่ถูกเก็บรักษาไว้โดยเทวดาและเจ้าที่เจ้าทางจะถูกเปิดออกเพื่อให้พระองค์นำมาใช้ในการทำนุบำรุงประเทศชาติและพุทธศาสนาให้รุ่งเรือง

รายละเอียดหนึ่งที่น่าสนใจในคำทำนายคือเรื่องของ “ทองคำ 15 ตัน” และแก้วมณีมีค่าที่ซ่อนอยู่ลึกไม่เกินหนึ่งกิโลเมตรใต้พื้นดิน ซึ่งหลวงพ่อเคยเล่าว่าท่านได้ทำการตรวจดูด้วยทิพยจักษุญาณและพบว่าทรัพยากรเหล่านี้มีอยู่จริง แต่ในอดีตยังขุดขึ้นมาไม่ได้เพราะยังไม่ถึงเวลาและอำนาจการปกครองยังไม่เอื้ออำนวย ทว่าในยุคถัดมา เมื่อคนไทยเริ่มมีจิตใจที่สุจริตมากขึ้นและบ้านเมืองมีความสงบสุข ทรัพย์สมบัติเหล่านี้จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชาติให้พุ่งทะยานอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ว่าจากเดิมที่เป็นประเทศกำลังพัฒนาจะกลายเป็นประเทศผู้นำเศรษฐกิจในระดับสากล

นอกจากเรื่องของทรัพย์สินเงินทองแล้ว หลวงพ่อฤาษีลิงดำยังได้ให้แง่คิดเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและการป้องกันประเทศ ท่านยืนยันว่าประเทศไทยจะไม่ตกเป็นคอมมิวนิสต์และจะไม่ล่มสลายตามที่หลายคนกังวลในอดีต เพราะอำนาจแห่งพระสยามเทวาธิราชและบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์จะเป็นเกราะคุ้มครอง กลุ่มบุคคลที่มีเจตนาร้ายต่อบ้านเมืองจะพ่ายแพ้ไปด้วยภัยของตัวเอง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่าความมั่นคงของชาติและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจนั้นต้องดำเนินไปควบคู่กับความมั่นคงทางจิตใจและการยึดมั่นในศีลธรรม

ในมุมมองของพุทธบริษัทและผู้ที่เลื่อมใสในคำทำนายนี้ การเตรียมตัวรับมือกับยุค “ไทยมหาเศรษฐี” ไม่ใช่เพียงแค่การนั่งรอโชคลาภ แต่คือการเร่งสร้างบุญกุศลและประกอบสัมมาอาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต หลวงพ่อฤาษีลิงดำมักเน้นย้ำเรื่องการมีสติและการรู้เท่าทันสถานการณ์ ความมั่งคั่งที่จะเกิดขึ้นนั้นจะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อคนในชาติรู้จักการแบ่งปันและใช้ทรัพยากรเหล่านั้นไปในทางที่ถูกที่ควร การที่ประเทศไทยจะก้าวไปสู่จุดสูงสุดได้ตามคำทำนาย จึงเปรียบเสมือนเป็นรางวัลสำหรับความอดทนและการรักษาความดีของคนไทยมาอย่างยาวนาน

ภาพลักษณ์ของประเทศไทยในอนาคตตามนิมิตของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ คือภาพของประเทศที่มีความสมบูรณ์ทั้งทางโลกและทางธรรม มีศาสนสถานที่งดงาม มีระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง และเป็นศูนย์กลางความเจริญของภูมิภาค คำทำนายนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา แต่เป็นกำลังใจสำคัญที่ทำให้คนไทยมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ว่า ไม่ว่าปัจจุบันจะเผชิญกับอุปสรรคเพียงใด อนาคตที่สดใสและความมั่งคั่งอย่างมหาเศรษฐีกำลังรอคอยอยู่ตามครรลองแห่งบุญบารมีที่สั่งสมมา

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

1. คำทำนายเรื่องรัชกาลที่ 10 ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำมีความเชื่อถือได้แค่ไหน? คำทำนายนี้มาจากคำปรารภและบันทึกของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ (พระราชพรหมยาน) ซึ่งท่านเป็นพระเกจิที่มีชื่อเสียงด้านวิปัสสนากรรมฐานและทิพยจักษุญาณ ลูกศิษย์จำนวนมากเชื่อถือเพราะคำทำนายในอดีตหลายเรื่องของท่านมีความแม่นยำ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่ควรใช้วิจารณญาณประกอบกับสถานการณ์ปัจจุบัน

2. ทรัพยากรทองคำและแร่ธาตุตามคำทำนายจะปรากฏขึ้นเมื่อไหร่? ตามคำกล่าวของท่านระบุว่าจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วง “ตอนกลางของรัชกาลที่ 10” ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่บ้านเมืองมีความพร้อมและประชาชนมีศีลธรรมเพียงพอที่จะรักษาทรัพย์เหล่านั้นได้

3. ประเทศไทยจะกลายเป็นมหาเศรษฐีในรูปแบบใด? คำทำนายเน้นไปที่ความมั่งคั่งจากทรัพยากรธรรมชาติภายในประเทศ (ทรัพย์ในดิน) การเป็นศูนย์กลางด้านความเจริญ และการที่ประเทศมหาอำนาจอื่นๆ ต้องให้ความเคารพเกรงใจเนื่องจากไทยจะมีฐานะทางเศรษฐกิจที่มั่นคงอย่างยิ่ง

4. หลวงพ่อฤาษีลิงดำได้ให้วิธีแก้เคล็ดหรือวิธีทำให้คำทำนายเป็นจริงเร็วขึ้นหรือไม่? ท่านเน้นให้คนไทยรักษาศีล 5 มีความซื่อสัตย์สุจริต และมีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ความดีเหล่านี้จะเป็นพลังหนุนเสริมให้บุญบารมีของชาติส่งผลเร็วขึ้น

5. ทำไมถึงบอกว่ารัชกาลที่ 9 ปูพื้นฐานไว้ให้รัชกาลที่ 10? เพราะพระราชกรณียกิจตลอด 70 ปีของรัชกาลที่ 9 คือการสร้างความเข้มแข็งให้แก่รากฐานสังคมไทยและจิตใจประชาชน เมื่อรากฐานแข็งแรงแล้ว ในรัชกาลปัจจุบันจึงเป็นช่วงเวลาแห่งการต่อยอดและรับผลแห่งความเพียรนั้นตามลำดับเวลาและกรรมกำหนด

Related articles

รอยต่อทางประวัติศาสตร์: จากปรีดี ถึงทักษิณ

ในแวดวงการเมืองไทย หากจะกล่าวถึงอำนาจที่มองไม่เห็นแต่มรสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด สิ่งนั้นไม่ใช่เพียงแค่จำนวนเสียงในสภาหรือตำแหน่งทางการเมือง แต่คือรากฐานทางสังคมและสายสัมพันธ์ที่ถักทอมายาวนานนับร้อยปี วันนี้เราจะพาคอการเมืองและผู้สนใจประวัติศาสตร์ไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังที่แท้จริงของความแข็งแกร่งในขั้วอำนาจทางการเมือง ผ่านนามสกุลดังที่ใครได้ยินก็ต้องเกรงใจ นั่นคือ “ณ ป้อมเพชร” รากฐานอำนาจที่หยั่งลึกกว่าที่ตาเห็น เมื่อพูดถึงการเมืองไทยในยุคปัจจุบัน หลายคนอาจโฟกัสไปที่ตัวบุคคลที่เป็นผู้นำหรือแกนนำพรรค แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกลงไปถึงโครงสร้างสังคมไทย จะพบว่า “ระบบเครือญาติ” และ “สายตระกูล” ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่รับราชการสนองพระเดชพระคุณมาตั้งแต่สมัยโบราณ นามสกุล “ณ ป้อมเพชร” ไม่ใช่นามสกุลที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคประชาธิปไตย แต่เป็นสายตระกูลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ย้อนกลับไปได้ไกลถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ต่อเนื่องมาจนถึงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี…

อนุรักษ์ เก่า ที่ ตอน นี้ เนี่ย นะ อยู่ ใน ความ ดู แล ของ สุรยุทธ์ จุฬานนท์ นะ ฮะ แล้ว ก็ ไอ้ ไๆ ไๆ ไๆ

กรณี อุ้งอิ๊ง เออ จะ ไป ยัง ไง กัน ต่อ ถึง ขั้น >> เอ่อ รุนแรง ไป ถึง ขั้น ไหน เออ >> ไอ้ ฮุนเซน ถือ ว่า ทำ งาน ภารกิจ สำเร็จ ลุ…

จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ท่ามกลางกระแสความสนใจของผู้คนในสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องราวของดวงชะตาบ้านเมือง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ทางการเมืองและสังคม มักจะมีการหยิบยกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และคำทำนายเก่าแก่ขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอ หนึ่งในเรื่องเล่าขานที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องและถูกแชร์ต่อกันในวงกว้างบนโลกออนไลน์ คือบันทึกคำทำนายที่อ้างว่าเป็นของ “โหรหลวง” ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยนัยยะทางประวัติศาสตร์ที่ชวนให้ขบคิดตาม โดยเฉพาะการแบ่งยุคสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์ออกเป็น 12 ยุค หรือ 12 รัชกาล ซึ่งแต่ละยุคจะมีชื่อเรียกขานที่สื่อถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกรายละเอียดของคำทำนายดังกล่าว ตั้งแต่อดีต จนถึงยุคปัจจุบัน และก้าวต่อไปในอนาคตที่ถูกทำนายไว้ว่าประเทศไทยจะก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจระดับโลก จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 1…

ขุมทรัพย์ใต้พิภพ: ทองคำ 15 ตันและแก้วมณี

ในห้วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง สังคมไทยมักจะหันกลับมาหาที่พึ่งทางใจและความหวังจากตำนานความเชื่อ โดยเฉพาะคำทำนายจากพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หนึ่งในคำทำนายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์และวงสนทนาธรรมะ คือบันทึกคำพยากรณ์ของ “พระราชพรหมยาน” หรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” แห่งวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งท่านได้เคยกล่าวถึงอนาคตของประเทศไทยในยุคสมัยของรัชกาลที่ 10 ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะนำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งระดับโลก ย้อนรอยตำนาน “ฤๅษีทัศนาจร” เรื่องราวคำทำนายนี้มีที่มาจากหนังสือ “ฤๅษีทัศนาจร” ซึ่งเป็นการรวบรวมคำเทศนาและบันทึกการสนทนาของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะในเล่มที่ 1 ตอนที่ชื่อว่า “เทวดาชวนขุดทอง” เนื้อหาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเล่าเรื่องลี้ลับ แต่เป็นการแฝงธรรมะและนิมิตหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย ตามบันทึกระบุว่า…

ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา

ในห้วงเวลาที่พสกนิกรชาวไทยต่างเฝ้าติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี หนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงและให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวางคือบทบาทและอนาคตของ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระองค์กำลังเจริญพระชนมายุเข้าสู่วัยหนุ่มฉกรรจ์ ซึ่งตามโบราณราชประเพณีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักถือเป็นช่วงเวลาที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกวิเคราะห์ถึงเส้นทางของพระองค์ผ่านมุมมองของ กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ การตีความสถานะทางกฎหมาย และก้าวย่างสำคัญสู่การเป็น “สมเด็จพระยุพราช” หรือองค์รัชทายาทโดยแท้ ที่คนไทยทั้งแผ่นดินต่างรอคอย ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2548 ณ โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรชาวไทยต่างปลื้มปีติยินดีกับข่าวการประสูติของพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ในขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) กับท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี พระกุมารผู้มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ…

เกมพลิกจุดจบ ท่านเรวัตจัดชุดใหญ่ คนสั่งย้าย ผู้การธรรมนูญปะทะนายพลเขมร

นาว เอก ธรรมนูญ ถูก ย้าย นะ ครับ ตั้ง ใจ มา ไลฟ์ วัน นี้ ก็ จะ พูด เรื่อง นี้ แหละ ครับ ผม ถาม ว่า เรา เป็น ผู้ บังคับ บัญชา ไป ย้าย นาวา เอก ธรรมนูญ…