พระสงฆ์ยกย่อง ร.10 หลังพระองค์ตรัสว่าราชวงศ์ไทยคือหนึ่งในราชวงศ์ที่รุ่งเรืองที่สุดในโลก

คำ ทำนาย ประเทศ ไทย อาจารย์ ภูหลวง ได้ ละ สังขาร ทิ้ง ร่าง ไป เมื่อ วัน ศุกร์ ที่ 29 ธันวาคม 2543 แต่ ได้ ฝาก ผล งาน โดย เฉพาะ การ ทำนาย ความ เป็น ไป ของ บ้าน เมือง ได้ อย่าง แม่น ยำ ยิ่ง กว่า ตา เห็น ซึ่ง ผู้ เขียน ขอ สรุป โดย ย่อ ให้ ประชา ชน ชาว ไทย โดย เฉพาะ เยาวชน รุ่น หลัง ได้ รับ รู้ จด จำ และ มี ความ ภูมิ ใจ ใน โหราศาสตร์ ไทย ตาม แนว วิทยาศาสตร์ ของ อาจารย์ ไว้ ดัง นี้ ประเทศ สยาม ถูก เปลี่ยน ชื่อ มา เป็น ประเทศ ไทย เมื่อ 24 มิถุนายน 2482 ประกาศ เวลา 9:00 น เมื่อ ผูก ดวง กาละชาตา ก็ จะ มี ลัคนา อยู่ ที่ ราศี กรกฎ อาจารย์ ได้ วิจารณ์ ไว้ ว่า

คำ ว่า สยาม หรือ เสียง เป็น ที่ สำคัญ ที่ สุด เพราะ มา ควบ คู่ กับ ความ รุ่งโรจน์ ของ ราชอาณาจักร ทุก ยุค ทุก สมัย การ เปลี่ยน ชื่อ ประเทศ ซึ่ง เท่า กับ การ ทำลาย เอกลักษณ์ ของ ชาติ เป็น การ ฉีก ประวัติศาสตร์ โดย สิ้น เชิง อาจารย์ พลู หลวง ได้ พยากรณ์ ดวง ชะตา การ เปลี่ยน ชื่อ จาก สยาม มา เป็น ไทย ไว้ จะ เห็น ว่า อาจารย์ ได้ แบ่ง ออก เป็น 10 ยุค ใน รอบ 100 ปี โดย แต่ ละ ยุค มี อายุ 10 ปี นับ แต่ มี การ เปลี่ยน ชื่อ ประเทศ 1 ยุค กาลี ตรง กับ ช่วง พ.ศ 2482 ถึง 2492 2 Mix มา เยือน ตรง กับ ช่วง พ.ศ 2492 ถึง 2502 3 เฉือน ดิน แดน ตรง กับ ช่วง พ.ศ 2502 ถึง

2512 4 แสน แค้น กลาง เขา ควาย ตรง กับ ช่วง พ.ศ 2512 ถึง 2522 5 ลาย เสือ คลอ เมือง ตรง กับ ช่วง พ.ศ 2522 ถึง 2532 6 ฟู เฟื่อง ชาว สังคม ตรง กับ ช่วง 2532 ถึง 2542 7 ชมบุญทรราช ตรง กับ ช่วง พ.ศ 2542 ถึง 2552 8 ชาติ วิปโยค ตรง กับ ช่วง พ.ศ 2552 ถึง 2562 9 โรค คลาย ตรง กับ ช่วง พ.ศ 2562 ถึง 2572 10 หาย กังวล ตรง กับ 2572 ถึง 2582 หลัง จาก ที่ เจ้า ประคุณ สมเด็จ พระ พุฒาจารย์ โต พรหมรังษี ได้ มรณภาพ ลง เมื่อ วัน เสาร์ แรม 2 ค่ำ เดือน 8 ซึ่ง ตรง กับ วัน ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ 2415 ตอน เที่ยง คืน เช้า วัน รุ่ง ขึ้น นาย อาญา ราชสิทธิ์ ก้น กุฏิ

ของ เจ้า ประคุณ สมเด็จ เข้า ไป เก็บ กวาด ใน กุฏิ ของ ท่าน ขณะ ทำ ความ สะอาด กุฏิ นาย อาญา รัตน์ ได้ พบ เศษ กระดาษ ชิ้น หนึ่ง ซุก อยู่ ใต้ เสื่อม เป็น ลาย มือ ของ เจ้า ประคุณ สมเด็จ เขียน สั้น ๆ โดย สังเขป เป็น คำ ทำนาย ชะตา เมือง มี ความ ว่า มหากาฬ ผ่าน ยักษ์ รัก มิตร สนิท ธรรม จำ แขน ขาด ราด จน ชน ร้อง ทุกข์ ยุค ทมิฬ ถิ่น กา ขาว ชาว วิไล ชาว ศิวิไล หมาย ถึง ยุค ที่ 10 หรือ รัชกาล ที่ 10 ซึ่ง ยัง มา ไม่ ถึง มี ผู้ ตี ความ กัน ต่าง ๆ นานา เมื่อ ดู จาก ความ หมาย แล้ว คำ นี้ มา จาก ภาษา อังกฤษ หมาย ถึง ความ เจริญ รุ่งเรือง สงบ สุข ร่ม เย็น ดัง นั้น ก็

เป็น อัน เชื่อ ขนม กิน กัน ได้ เลย ว่า ใน รัชสมัย ต่อ ไป ประเทศ ไทย อัน เป็น ที่ รัก ยิ่ง ของ เรา จะ ต้อง เจริญ รุ่งเรือง ก้าว หน้า มั่น คง ใน ทุก ด้าน ทั้ง ด้าน เศรษฐกิจ สังคม การ เมือง ประชา ชน จะ อยู่ ร่วม กัน ด้วย ความ ร่ม เย็น เป็น สุข น่า ชื่น ตา บาน กัน ทุก ถ้วน หน้า จึง ใช้ ประการ ใด การ เวลา จะ เป็น เครื่อง พิสูจน์ ครั้น ถึง พ.ศ 2518 หลวง พ่อ ฤๅษี ลิง ดำ ท่าน บรรยาย ถึง คำ พยากรณ์ นี้ ว่า ที นี้ มา รัชกาล ที่ 9 ท่าน บอก ว่า ถิ่น กา แล้ว เรา ก็ ดู สิ ฝรั่ง เต็ม บ้าน เต็ม เมือง อะไร ๆ ก็ เป็น เรื่อง ของ ฝรั่ง ไป หมด แถม คน ไทย ก็ กลาย

เป็น ฝรั่ง ขี้ นก ไป ด้วย ความ จริง เรื่อง ของ ฝรั่ง นี่ ถ้า เรา จะ ลอก แบบ เขา ก็ เอา มา ทั้ง ดี ทั้ง ชั่ว ที่ ดี ก็ มี อยู่ อย่าง หนึ่ง คือ ถึง เวลา วัน อาทิตย์ ที เขา ตี ระฆัง ฝรั่ง ต้อง ไป โบสถ์ แต่ ว่า เรา ไม่ เอา สิ วัน พระ ของ เรา ตี ระฆัง แตก ไป หลาย แสน ลูก แล้ว ไม่ มี ใคร ไป วัด กัน ไม่ อยาก ไป แต่ ไอ้ ของ เลว ๆ จาก ฝรั่ง อยาก เอา มา ใช้ กัน อะไร ๆ ก็ ฝรั่ง จ๋า ไป หมด ใน เรื่อง คำ พยากรณ์ นี้ มี อยู่ ตอน หนึ่ง หลวง พ่อ ฤาษี ลิง ดำ ท่าน บรรยาย ว่า เมื่อ ท่าน อ่าน คำ พยากรณ์ ทั้ง 10 รัชกาล ที่ ว่า พระ

พุทธโฆษาจารย์ หรือ ยาย ทำนาย แล้ว ได้ กราบ เรียน ถาม หลวง พ่อ ปาน ว่า กรุงเทพฯ มหานคร นี้ จะ มี พระ มหากษัตริย์ เพียง 10 พระ องค์ เท่า นั้น หรือ ขอ รับ ท่าน ก็ ตอบ ว่า กรุงเทพ พระ มหานคร ไม่ ได้ มี พระ มหากษัตริย์ แต่ เพียง 10 พระ องค์ จะ มี พระ มหากษัตริย์ ต่อ ไป คู่ กับ ประเทศ ไทย จน กว่า โลก จะ สลาย ตัว แต่ ที่ ไม่ ได้ พยากรณ์ ไว้ ดู รัชกาล ที่ 10 ท่าน บอก ว่า ชาว วิไล เป็น อัน ว่า สุข สบาย ด้วย ประการ ทั้ง ปวง การ พยากรณ์ นั้น ถ้า เป็น ปกติ ไม่ มี ใคร เขา พยากรณ์ แล้ว หลวง พ่อ ปาน ยัง พูด ต่อ ไป ว่า ไม่ ใช่ มี แต่

รัชกาล ที่ 10 ต่อ ไป จะ มี เรื่อย ๆ พระ มหากษัตริย์ ใน ประเทศ ไทย แล้ว ชาว โลก ทั้ง หลาย ทั้ง หมด ก็ จะ กลับ ปฏิวัติ จาก ระบบ ประชาธิปไตย หรือ ระบบ ประธานาธิบดี ทั้ง หลาย กลับ มา เป็น กษัตริย์ อย่าง เดิม เรียก ว่า กลับ มา มี กษัตริย์ อย่าง เดิม สำหรับ ที่ ท่าน ว่า หลวง พ่อ ปาน กล่าว ใน ตอน หลัง นี้ สะกิด ใจ ให้ เห็น ประหลาด อยู่ เพราะ หลวง พ่อ ท่าน พูด เมื่อ พ.ศ 2518 ถึง บัด นี้ พ.ศ 2549 เป็น เวลา 31 ปี มา แล้ว เมื่อ พ.ศ 2518 ลัทธิ การ ปก ครอง แบบ คอมมิวนิสต์ อย่าง เฟื่อง ฟู อยู่ วัน เวลา ผ่าน มา 31 ปี พระ บาท สมเด็จ พระ เจ้า

อยู่ หัว ของ เรา ทรง ครอง ราชย์ ครบ 60 ปี วัน เฉลิม ฉลอง ที่ เพิ่ง ผ่าน มา มี พระ มหากษัตริย์ และ พระ บรมวงศ์ ผู้ แทน พระ องค์ เสด็จ มา ส่ง ร่วม งาน ทั้ง โลก ทุก พระ ราชวงศ์ ล้วน เป็น ที่ รัก เคารพ และ นิยม ยิน ดี แห่ง ประชา ชน ใน ประเทศ นั้น ๆ ถึง แม้ ประเทศ ที่ เคย มี พระ มหากษัตริย์ และ เคย เป็น ผู้ นำ คอมมิวนิสต์ ของ โลก อย่าง รัสเซีย ก็ ยัง หวน กลับ ไป ค้น หา พระ ศพ พระ เจ้า ซา กษัตริย์ พระ องค์ สุด ท้าย ที่ ถูก พวก เบา เชวิก พรหม พระ ชนม์ เชิญ กลับ มา บรรจุ ณ โบสถ์ ที่ บรรจุ พระ ศพ กษัตริย์ และ อีก หลาย ประเทศ

กลับ มา มี กษัตริย์ อย่าง เดิม เช่น ประเทศ กัมพูชา จาก คำ พยากรณ์ ของ พระ พุทธโฆษาจารย์ ก็ ดี คำ บอก เล่า ของ พระ เถระ ผู้ ได้ ฌานสมาบัติ ก็ ดี และ จาก พระ พุทธ ทำนาย ก็ ดี เป็น หลัก ชี้ ชัด ให้ เรา มั่น ใจ ได้ ว่า เมือง ไทย เรา นี้ จะ ต้อง เป็น ปึก แผ่น มั่น คง ตลอด ไป ไม่ ตก เป็น ทาส ของ ใคร ๆ พวก นอก ศาสนา จะ ไม่ สามารถ ย่ำ ยี เมือง ไทย ได้ แต่ ข้อ สำคัญ นั้น เรา ทุก คน อย่า ประมาท ต้อง รัก กัน สามัคคี กัน ไว้ ไม่ แตก แยก กัน และ ไม่ ลุ่ม หลง ไป กับ คำ ยุ แหย่ ของ บุคคล ผู้ มุ่ง ร้าย ต่อ ชาติ บ้าน เมือง

รวม ทหาร คู่ กับ ดวง เมือง ขอ ให้ อาหาร ทุก คน จง สำนึก ตน เอง ว่า เรา ต้อง มี ความ สามัคคี เด็ด เดี่ยว ไม่ ประมาท กล้า หาญ และ พร้อม ที่ จะ ยอม ตาย เพื่อ ชาติ บ้าน เมือง และ พระ บวร พุทธศาสนา เมื่อ ถึง คราว จำเป็น เพราะ บ้าน เมือง จะ อยู่ รอด ปลอด ภัย ก็ เพราะ ทหาร เท่า นั้น ทั้ง นี้ เนื่อง จาก พระ บาท สมเด็จ พระ พุทธยอดฟ้า จุฬาโลก มหาราช รัชกาล ที่ 1 เมื่อ พระ องค์ จะ เริ่ม สร้าง เมือง หลวง ใหม่ ได้ ทรง ผูก ดวง เมือง และ วาง ลัคนา ดวง เมือง ไว้ ให้ คู่ กับ รวม ทหาร โดย ให้ ทหาร เป็น ผู้ ปก ป้องคุ้ม ครอง บ้าน เมือง บ้าน เมือง จึง

จะ อยู่ รอด ที่ พูด นี้ มิ ใช่ จะ มา ยุยง ให้ ท่าน ทั้ง หลาย กระด้าง กระเดื่อง ทำ การ ปฏิวัติ รัฐประหาร ยึด อำนาจ จาก ใคร ๆ เพียง แต่ ขอ ให้ เรา ทุก คน ช่วย กัน ควบ คุม สถานการณ์ ไว้ ให้ บ้าน เมือง สงบ สุข เท่า นี้ ก็ ได้ ชื่อ ว่า ทหาร การ ควบ คุม รักษา เมือง แล้ว ดวง ชะตา ของ ทหาร นั้น เข้า เกณฑ์ ราชา โชค ตั้ง แต่ เดือน ตุลาคม 2518 แล้ว และ จะ โคจร เข้า ควบ คู่ กับดวง เมือง ตั้ง แต่ เดือน มกราคม 2519 เป็น ต้น ไป ซึ่ง จะ มี อิทธิพล ให้ ประเทศ ชาติ บ้าน เมือง ค่อย ๆ คลี่ คลาย ไป ใน ทาง ที่ ดี ขึ้น ขณะ นี้ บ้าน เมือง ของ เรา อยู่ ใน สภาพ ป่วย ไข้

จำเป็น จะ ต้อง ได้ รับ การ เยียวยา รักษา หรือ อาจ จะ ต้อง ถึง กับ ผ่า ตัด บ้าง อาการ ของ บ้าน เมือง จึง จะ ดี ขึ้น

Related articles

รอยต่อทางประวัติศาสตร์: จากปรีดี ถึงทักษิณ

ในแวดวงการเมืองไทย หากจะกล่าวถึงอำนาจที่มองไม่เห็นแต่มรสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด สิ่งนั้นไม่ใช่เพียงแค่จำนวนเสียงในสภาหรือตำแหน่งทางการเมือง แต่คือรากฐานทางสังคมและสายสัมพันธ์ที่ถักทอมายาวนานนับร้อยปี วันนี้เราจะพาคอการเมืองและผู้สนใจประวัติศาสตร์ไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังที่แท้จริงของความแข็งแกร่งในขั้วอำนาจทางการเมือง ผ่านนามสกุลดังที่ใครได้ยินก็ต้องเกรงใจ นั่นคือ “ณ ป้อมเพชร” รากฐานอำนาจที่หยั่งลึกกว่าที่ตาเห็น เมื่อพูดถึงการเมืองไทยในยุคปัจจุบัน หลายคนอาจโฟกัสไปที่ตัวบุคคลที่เป็นผู้นำหรือแกนนำพรรค แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกลงไปถึงโครงสร้างสังคมไทย จะพบว่า “ระบบเครือญาติ” และ “สายตระกูล” ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่รับราชการสนองพระเดชพระคุณมาตั้งแต่สมัยโบราณ นามสกุล “ณ ป้อมเพชร” ไม่ใช่นามสกุลที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคประชาธิปไตย แต่เป็นสายตระกูลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ย้อนกลับไปได้ไกลถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ต่อเนื่องมาจนถึงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี…

อนุรักษ์ เก่า ที่ ตอน นี้ เนี่ย นะ อยู่ ใน ความ ดู แล ของ สุรยุทธ์ จุฬานนท์ นะ ฮะ แล้ว ก็ ไอ้ ไๆ ไๆ ไๆ

กรณี อุ้งอิ๊ง เออ จะ ไป ยัง ไง กัน ต่อ ถึง ขั้น >> เอ่อ รุนแรง ไป ถึง ขั้น ไหน เออ >> ไอ้ ฮุนเซน ถือ ว่า ทำ งาน ภารกิจ สำเร็จ ลุ…

จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ท่ามกลางกระแสความสนใจของผู้คนในสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องราวของดวงชะตาบ้านเมือง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ทางการเมืองและสังคม มักจะมีการหยิบยกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และคำทำนายเก่าแก่ขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอ หนึ่งในเรื่องเล่าขานที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องและถูกแชร์ต่อกันในวงกว้างบนโลกออนไลน์ คือบันทึกคำทำนายที่อ้างว่าเป็นของ “โหรหลวง” ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยนัยยะทางประวัติศาสตร์ที่ชวนให้ขบคิดตาม โดยเฉพาะการแบ่งยุคสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์ออกเป็น 12 ยุค หรือ 12 รัชกาล ซึ่งแต่ละยุคจะมีชื่อเรียกขานที่สื่อถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกรายละเอียดของคำทำนายดังกล่าว ตั้งแต่อดีต จนถึงยุคปัจจุบัน และก้าวต่อไปในอนาคตที่ถูกทำนายไว้ว่าประเทศไทยจะก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจระดับโลก จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 1…

ขุมทรัพย์ใต้พิภพ: ทองคำ 15 ตันและแก้วมณี

ในห้วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง สังคมไทยมักจะหันกลับมาหาที่พึ่งทางใจและความหวังจากตำนานความเชื่อ โดยเฉพาะคำทำนายจากพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หนึ่งในคำทำนายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์และวงสนทนาธรรมะ คือบันทึกคำพยากรณ์ของ “พระราชพรหมยาน” หรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” แห่งวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งท่านได้เคยกล่าวถึงอนาคตของประเทศไทยในยุคสมัยของรัชกาลที่ 10 ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะนำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งระดับโลก ย้อนรอยตำนาน “ฤๅษีทัศนาจร” เรื่องราวคำทำนายนี้มีที่มาจากหนังสือ “ฤๅษีทัศนาจร” ซึ่งเป็นการรวบรวมคำเทศนาและบันทึกการสนทนาของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะในเล่มที่ 1 ตอนที่ชื่อว่า “เทวดาชวนขุดทอง” เนื้อหาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเล่าเรื่องลี้ลับ แต่เป็นการแฝงธรรมะและนิมิตหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย ตามบันทึกระบุว่า…

ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา

ในห้วงเวลาที่พสกนิกรชาวไทยต่างเฝ้าติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี หนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงและให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวางคือบทบาทและอนาคตของ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระองค์กำลังเจริญพระชนมายุเข้าสู่วัยหนุ่มฉกรรจ์ ซึ่งตามโบราณราชประเพณีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักถือเป็นช่วงเวลาที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกวิเคราะห์ถึงเส้นทางของพระองค์ผ่านมุมมองของ กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ การตีความสถานะทางกฎหมาย และก้าวย่างสำคัญสู่การเป็น “สมเด็จพระยุพราช” หรือองค์รัชทายาทโดยแท้ ที่คนไทยทั้งแผ่นดินต่างรอคอย ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2548 ณ โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรชาวไทยต่างปลื้มปีติยินดีกับข่าวการประสูติของพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ในขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) กับท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี พระกุมารผู้มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ…

เกมพลิกจุดจบ ท่านเรวัตจัดชุดใหญ่ คนสั่งย้าย ผู้การธรรมนูญปะทะนายพลเขมร

นาว เอก ธรรมนูญ ถูก ย้าย นะ ครับ ตั้ง ใจ มา ไลฟ์ วัน นี้ ก็ จะ พูด เรื่อง นี้ แหละ ครับ ผม ถาม ว่า เรา เป็น ผู้ บังคับ บัญชา ไป ย้าย นาวา เอก ธรรมนูญ…