เจาะลึกปมร้อน — ทักษิณ และ สตช. — สัญญาณแรง

ปี 2026 เปิดฉากขึ้นด้วยอุณหภูมิทางการเมืองที่ร้อนระอุเกินกว่าที่ใครหลายคนคาดการณ์ไว้ สัญญาณความขัดแย้งไม่ได้ปรากฏเพียงแค่ในหน้าฉากของการบริหารราชการแผ่นดินเท่านั้น แต่ยังลุกลามไปถึงโครงสร้างอำนาจเชิงลึกที่สั่นสะเทือนเสาหลักของประเทศ ทั้งกรณีชะตากรรมของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ที่ยังคงวนเวียนอยู่กับกับดักทางกฎหมาย และสงครามตัวแทนภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่กลายเป็นการต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของขั้วอำนาจเก่าและใหม่ บทความนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกเบื้องหลังเหตุการณ์เหล่านี้แบบบรรทัดต่อบรรทัด เพื่อถอดรหัสว่าอะไรคือชนวนเหตุที่แท้จริงและผลกระทบที่จะตามมา

ทักษิณ ชินวัตร กับบ่วงกรรมมาตรา 112 ที่ยังแก้ไม่ตก

ประเด็นที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในเวลานี้ คือคดีความตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ของคุณทักษิณ ชินวัตร ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าเป็น ระเบิดเวลา ที่ถูกวางไว้ดักทางทางการเมือง หากย้อนกลับไปดูไทม์ไลน์ของคดีนี้ จะพบว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่มีรากฐานมาจากเหตุการณ์ในปี 2558 ซึ่งตัวละครสำคัญที่เป็นผู้ฟ้องร้องคือบุคคลระดับสูงในแวดวงทหารและการเมือง ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอำนาจเก่าอย่างชัดเจน

นักวิเคราะห์การเมืองมองว่า การที่คดีนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาหรือมีความเคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นกลไกทางกฎหมายที่ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมดุลอำนาจ แม้จะมีข่าวลือเรื่อง ดีลลับ หรือการเจรจาข้ามขั้วเกิดขึ้นมากมาย แต่ในทางปฏิบัติแล้ว ข้อเท็จจริงที่ปรากฏชี้ให้เห็นว่า กลไกของรัฐและกลุ่มอำนาจจารีตยังคงทำงานอย่างเข้มข้น การวิเคราะห์สถานการณ์ของคุณทักษิณจึงไม่จำเป็นต้องพึ่งพาทฤษฎีสมคบคิดที่ซับซ้อน แต่สามารถดูได้จากตัวบุคคลที่เข้ามามีบทบาทในการดำเนินคดี ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็น สายตรง ของขั้วอำนาจที่มีบทบาทสำคัญในการรัฐประหารในอดีต

เบื้องลึกการรัฐประหารและทฤษฎี สมรู้ร่วมคิด

Có thể là hình ảnh về văn bản cho biết '5 CLWAIDO AEAMOς ម0ាស100 วิก วิกฤตหนัก! ฤตเ วิกฤต นัก! หวั่นเกิดเหตุร้าย เกิด เหตุ ร้าย หวั่น 善 ประชาชนหวาดผวา! หวาด ผวา! การเ มือ ร้อ ชาชนหวา การเมืองร้อนแรง นแรง ข่าวเด่นประจำวัน-การเมืองไทย ข่าวเด่นป ข่าวเด่นประจำวัน -การเมืองไทย การเมือ การ'

อีกหนึ่งประเด็นที่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน คือการย้อนมองเหตุการณ์รัฐประหารในอดีต ซึ่งยังคงส่งผลตกค้างมาถึงปี 2026 มีการเปิดเผยข้อมูลในเชิงลึกที่อ้างถึงบทสัมภาษณ์ของอดีตผู้นำไทยกับสื่อต่างประเทศ ทั้งในเกาหลีใต้และสำนักข่าวตะวันตก ซึ่งระบุถึงความผิดปกติของกระบวนการยึดอำนาจ ว่ามีการเตรียมการที่เป็นระบบระเบียบเกินกว่าปกติ เสมือนมีการ ร่างบท และ เตรียมลายเซ็น ไว้ล่วงหน้า

ข้อมูลเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า การรัฐประหารที่ผ่านมาไม่ใช่เพียงแค่การตัดสินใจฉุกเฉินของผู้นำเหล่าทัพในขณะนั้น แต่เป็นการปฏิบัติการที่ได้รับการไฟเขียวจากเครือข่ายอำนาจระดับสูง การส่งสัญญาณและการรับลูกระหว่างกองทัพกับสถาบันฯ เป็นไปอย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ ซึ่งสิ่งนี้เองที่เป็นเครื่องยืนยันว่า โครงสร้างอำนาจของไทยมีความซับซ้อนและเชื่อมโยงกันอย่างเหนียวแน่นเกินกว่าที่การเลือกตั้งเพียงอย่างเดียวจะเปลี่ยนแปลงได้

ศึกสีกากี สงครามที่ยังไม่จบของ บิ๊กโจ๊ก และ บิ๊กต่อ

ข้ามมาที่ฝั่งปทุมวัน ความขัดแย้งภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังคงเป็นหนังม้วนยาวที่ฉายซ้ำแต่ทวีความรุนแรงขึ้น กรณีของ บิ๊กโจ๊ก หรือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล และ บิ๊กต่อ หรือ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ไม่ใช่เพียงแค่ความขัดแย้งส่วนตัว แต่เป็นภาพสะท้อนของการต่อสู้ระหว่างขั้วอำนาจสองสาย

ในช่วงที่ผ่านมา มีกระแสข่าวลือโจมตีฝ่าย บิ๊กต่อ อย่างหนัก โดยเฉพาะข่าวลือที่อ้างว่ามีการขนทรัพย์สินหรือพาครอบครัวหนีไปพำนักยังประเทศอังกฤษ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกพบว่าข่าวดังกล่าวเป็นเพียงปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) เพื่อดิสเครดิตฝ่ายตรงข้าม ข้อเท็จจริงที่ปรากฏคือบุคคลในครอบครัวของบิ๊กต่อยังคงใช้ชีวิตตามปกติและปฏิบัติศาสนกิจอยู่ในประเทศไทย ไม่ได้มีการลี้ภัยตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด

ในขณะที่สถานการณ์ของ บิ๊กโจ๊ก ดูจะน่าเป็นห่วงกว่ามาก แม้จะมีความพยายามวิ่งเต้นเข้าหาผู้ใหญ่ในบ้านเมือง หรือพยายามใช้คอนเนกชันส่วนตัวเพื่อกลับเข้าสู่เส้นทางอำนาจ แต่ดูเหมือนว่าประตูดังกล่าวจะถูกปิดตาย การถูกคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน และกระบวนการทางกฎหมายที่กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ชี้ให้เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามต้องการ ตัดตอน ทางการเมืองอย่างถาวร

สายสัมพันธ์ บ้านจันทร์ส่องหล้า ที่เปลี่ยนไป

ความน่าสนใจอีกประการคือความพยายามในการเชื่อมโยงอำนาจของนายตำรวจบางนายกับ บ้านจันทร์ส่องหล้า โดยเฉพาะการเข้าหา คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่สถานการณ์ในปี 2026 นั้นเปลี่ยนไปจากอดีต สายสัมพันธ์เก่าแก่แบบ เจ้านาย ลูกน้อง ไม่สามารถนำมาใช้เป็นใบเบิกทางได้ในทุกเรื่อง โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและดุลอำนาจระหว่างสถาบัน

การเมืองไทยในยุคปัจจุบันขับเคลื่อนด้วยผลประโยชน์และการจัดสรรอำนาจที่ลงตัว มากกว่าระบบอุปถัมภ์แบบดั้งเดิม การที่ใครสักคนจะหวังพึ่งบารมีเก่าเพื่อให้ตนเองรอดพ้นจากคดีความหรือกับดักทางการเมือง จึงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก หากบุคคลนั้นไม่ได้อยู่ในสมการแห่งอำนาจที่แท้จริง

กลุ่มอำนาจพิเศษ และทหารสายวงศ์เทวัญ

เมื่อวิเคราะห์ลึกลงไปถึงรากฐานของอำนาจในปัจจุบัน จะพบว่ากลุ่มทหารและตำรวจที่เติบโตมาจากสาย ราชองครักษ์ หรือหน่วยเฉพาะกิจที่ผ่านการฝึกหลักสูตรพิเศษ ยังคงครองพื้นที่สำคัญในการบริหารจัดการความมั่นคง บุคคลอย่าง พล.อ.อุดมเดช หรือนายทหารระดับสูงคนอื่นๆ ที่มีบทบาทในการจัดการคดีความมั่นคง ล้วนเติบโตมาจากสายงานที่ใกล้ชิดกับศูนย์กลางอำนาจทั้งสิ้น

นี่คือเครื่องยืนยันว่า ไม่ว่ารัฐบาลจะมาจากพรรคการเมืองใด แต่โครงสร้างความมั่นคงที่แท้จริงยังคงอยู่ในมือของกลุ่มบุคคลที่ได้รับการคัดเลือกและไว้วางใจจากเบื้องบน การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในปี 2026 จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงเพียงเปลือกนอก แต่แกนกลางของอำนาจยังคงแข็งแกร่งและยากที่จะสั่นคลอน

บทสรุปและแนวโน้มสถานการณ์

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งกับคุณทักษิณและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นสัญญาณเตือนว่าปี 2026 จะเป็นปีแห่งความผันผวน การต่อสู้ทางกฎหมายจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการกำจัดคู่แข่งทางการเมือง การเจรจาต่อรองจะเกิดขึ้นในที่ลับมากกว่าที่แจ้ง และผู้ที่ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับสมการอำนาจใหม่ได้ จะถูกเขี่ยพ้นกระดานไปอย่างไม่ไยดี

สำหรับประชาชน การติดตามข่าวสารต้องเป็นไปอย่างระมัดระวังและรู้เท่าทัน ต้องแยกแยะระหว่าง ข่าวลือ ข่าวปล่อย และ ข้อเท็จจริง ให้ออก เพราะในสมรภูมิข่าวสารปัจจุบัน ทุกฝ่ายต่างใช้สื่อเป็นอาวุธเพื่อสร้างความชอบธรรมให้แก่ตนเองทั้งสิ้น


คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Q1 สถานการณ์คดี ม 112 ของคุณทักษิณ มีแนวโน้มจะเป็นอย่างไรต่อไป คดียังคงอยู่ในกระบวนการพิจารณาชั้นอัยการและศาล ซึ่งมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับปัจจัยทางการเมืองสูง มีความเป็นไปได้ทั้งการต่อสู้คดีจนถึงที่สุดและการเจรจาประนีประนอม แต่แนวโน้มชี้ว่าฝ่ายอำนาจรัฐยังคงกุมความได้เปรียบอยู่

Q2 ข่าวลือเรื่องบิ๊กต่อหนีไปอังกฤษเป็นความจริงหรือไม่ จากการตรวจสอบข้อมูลล่าสุด ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอม บุคคลในครอบครัวยังคงพำนักและทำกิจกรรมอยู่ในประเทศไทยตามปกติ

Q3 อนาคตของบิ๊กโจ๊กจะเป็นอย่างไร จะได้กลับมารับราชการหรือไม่ สถานการณ์ค่อนข้างวิกฤต การกลับมารับราชการในตำแหน่งหลักเป็นเรื่องยากมาก เนื่องจากมีคำสั่งให้ออกจากราชการและกระบวนการสอบสวนทางวินัยที่เข้มข้น แต่อาจมีทางออกในลักษณะการย้ายไปดำรงตำแหน่งอื่นที่ไม่ใช่สายงานหลักตำรวจหากมีการเจรจาสำเร็จ

Q4 การเมืองไทยปี 2026 จะมีความรุนแรงหรือไม่ ความรุนแรงในรูปแบบการปะทะบนท้องถนนอาจลดลง แต่จะเปลี่ยนเป็นการต่อสู้ทางกฎหมาย สงครามข้อมูลข่าวสาร และการเชือดเฉือนกันในสภาและองค์กรอิสระที่รุนแรงและซับซ้อนยิ่งขึ้น

Q5 ประชาชนควรรับมือกับการเสพข่าวการเมืองในช่วงนี้อย่างไร ควรตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวอย่างรอบคอบ ไม่หลงเชื่อข่าวลือในโซเชียลมีเดียที่ไม่มีหลักฐานยืนยัน และควรติดตามข่าวสารจากหลายช่องทางเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลก่อนตัดสินใจเชื่อ

Related articles

รอยต่อทางประวัติศาสตร์: จากปรีดี ถึงทักษิณ

ในแวดวงการเมืองไทย หากจะกล่าวถึงอำนาจที่มองไม่เห็นแต่มรสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด สิ่งนั้นไม่ใช่เพียงแค่จำนวนเสียงในสภาหรือตำแหน่งทางการเมือง แต่คือรากฐานทางสังคมและสายสัมพันธ์ที่ถักทอมายาวนานนับร้อยปี วันนี้เราจะพาคอการเมืองและผู้สนใจประวัติศาสตร์ไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังที่แท้จริงของความแข็งแกร่งในขั้วอำนาจทางการเมือง ผ่านนามสกุลดังที่ใครได้ยินก็ต้องเกรงใจ นั่นคือ “ณ ป้อมเพชร” รากฐานอำนาจที่หยั่งลึกกว่าที่ตาเห็น เมื่อพูดถึงการเมืองไทยในยุคปัจจุบัน หลายคนอาจโฟกัสไปที่ตัวบุคคลที่เป็นผู้นำหรือแกนนำพรรค แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกลงไปถึงโครงสร้างสังคมไทย จะพบว่า “ระบบเครือญาติ” และ “สายตระกูล” ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่รับราชการสนองพระเดชพระคุณมาตั้งแต่สมัยโบราณ นามสกุล “ณ ป้อมเพชร” ไม่ใช่นามสกุลที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคประชาธิปไตย แต่เป็นสายตระกูลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ย้อนกลับไปได้ไกลถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ต่อเนื่องมาจนถึงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี…

อนุรักษ์ เก่า ที่ ตอน นี้ เนี่ย นะ อยู่ ใน ความ ดู แล ของ สุรยุทธ์ จุฬานนท์ นะ ฮะ แล้ว ก็ ไอ้ ไๆ ไๆ ไๆ

กรณี อุ้งอิ๊ง เออ จะ ไป ยัง ไง กัน ต่อ ถึง ขั้น >> เอ่อ รุนแรง ไป ถึง ขั้น ไหน เออ >> ไอ้ ฮุนเซน ถือ ว่า ทำ งาน ภารกิจ สำเร็จ ลุ…

จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ท่ามกลางกระแสความสนใจของผู้คนในสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องราวของดวงชะตาบ้านเมือง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ทางการเมืองและสังคม มักจะมีการหยิบยกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และคำทำนายเก่าแก่ขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอ หนึ่งในเรื่องเล่าขานที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องและถูกแชร์ต่อกันในวงกว้างบนโลกออนไลน์ คือบันทึกคำทำนายที่อ้างว่าเป็นของ “โหรหลวง” ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยนัยยะทางประวัติศาสตร์ที่ชวนให้ขบคิดตาม โดยเฉพาะการแบ่งยุคสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์ออกเป็น 12 ยุค หรือ 12 รัชกาล ซึ่งแต่ละยุคจะมีชื่อเรียกขานที่สื่อถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกรายละเอียดของคำทำนายดังกล่าว ตั้งแต่อดีต จนถึงยุคปัจจุบัน และก้าวต่อไปในอนาคตที่ถูกทำนายไว้ว่าประเทศไทยจะก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจระดับโลก จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 1…

ขุมทรัพย์ใต้พิภพ: ทองคำ 15 ตันและแก้วมณี

ในห้วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง สังคมไทยมักจะหันกลับมาหาที่พึ่งทางใจและความหวังจากตำนานความเชื่อ โดยเฉพาะคำทำนายจากพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หนึ่งในคำทำนายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์และวงสนทนาธรรมะ คือบันทึกคำพยากรณ์ของ “พระราชพรหมยาน” หรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” แห่งวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งท่านได้เคยกล่าวถึงอนาคตของประเทศไทยในยุคสมัยของรัชกาลที่ 10 ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะนำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งระดับโลก ย้อนรอยตำนาน “ฤๅษีทัศนาจร” เรื่องราวคำทำนายนี้มีที่มาจากหนังสือ “ฤๅษีทัศนาจร” ซึ่งเป็นการรวบรวมคำเทศนาและบันทึกการสนทนาของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะในเล่มที่ 1 ตอนที่ชื่อว่า “เทวดาชวนขุดทอง” เนื้อหาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเล่าเรื่องลี้ลับ แต่เป็นการแฝงธรรมะและนิมิตหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย ตามบันทึกระบุว่า…

ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา

ในห้วงเวลาที่พสกนิกรชาวไทยต่างเฝ้าติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี หนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงและให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวางคือบทบาทและอนาคตของ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระองค์กำลังเจริญพระชนมายุเข้าสู่วัยหนุ่มฉกรรจ์ ซึ่งตามโบราณราชประเพณีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักถือเป็นช่วงเวลาที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกวิเคราะห์ถึงเส้นทางของพระองค์ผ่านมุมมองของ กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ การตีความสถานะทางกฎหมาย และก้าวย่างสำคัญสู่การเป็น “สมเด็จพระยุพราช” หรือองค์รัชทายาทโดยแท้ ที่คนไทยทั้งแผ่นดินต่างรอคอย ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2548 ณ โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรชาวไทยต่างปลื้มปีติยินดีกับข่าวการประสูติของพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ในขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) กับท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี พระกุมารผู้มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ…

เกมพลิกจุดจบ ท่านเรวัตจัดชุดใหญ่ คนสั่งย้าย ผู้การธรรมนูญปะทะนายพลเขมร

นาว เอก ธรรมนูญ ถูก ย้าย นะ ครับ ตั้ง ใจ มา ไลฟ์ วัน นี้ ก็ จะ พูด เรื่อง นี้ แหละ ครับ ผม ถาม ว่า เรา เป็น ผู้ บังคับ บัญชา ไป ย้าย นาวา เอก ธรรมนูญ…