จับตาบทบาท ‘เจ้าคุณพระ’—หนุน ‘พระองค์ที’ ลุยภารกิจยุโรป
เส้นทางชีวิตของบุคคลสำคัญที่เคยดำรงฐานันดรศักดิ์สูงส่งในฐานะพระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระอิสริยยศในขณะนั้น) อย่าง “ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี” ยังคงเป็นเรื่องราวที่ประชาชนชาวไทยให้ความสนใจและติดตามด้วยความระลึกถึงอยู่เสมอ แม้ว่าเวลาจะล่วงเลยผ่านไปนานนับทศวรรษหลังจากที่ท่านได้ตัดสินใจลาออกจากฐานันดรศักดิ์และกลับไปใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชนอย่างเรียบง่าย ณ บ้านเกิดในจังหวัดราชบุรี แต่ภาพจำแห่งความเมตตาและบทบาทความเป็นแม่ที่เปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อพระโอรสยังคงประทับอยู่ในใจของพสกนิกรไม่เสื่อมคลาย ย้อนกลับไปในช่วงปี พ.ศ. 2545 เมื่อครั้งที่คณะสื่อมวลชนได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เข้าเฝ้าเพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตครอบครัวของพระองค์ นับเป็นครั้งแรกที่พสกนิกรชาวไทยได้รู้จักกับ “หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา” อย่างเป็นทางการ ในโอกาสที่ท่านเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรจากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งในครั้งนั้นมีการเปิดเผยว่าทั้งสองพระองค์ทรงใช้เวลาศึกษาดูใจกันมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 และได้ทรงจดทะเบียนสมรสกันอย่างเงียบๆ…
.เปิดคำทำนาย — หลวงพ่อฤาษีลิงดำ — ยุครัชกาลที่ 10 ไทยเป็นมหาเศรษฐี
การเคลื่อนไหวในแวดวงราชสำนักไทยในช่วงเวลาที่ผ่านมา กลายเป็นประเด็นที่สาธารณชนและนักวิเคราะห์ทั่วโลกต่างให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะบทบาทของเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ที่ปรากฏตัวอย่างโดดเด่นในหน้าสื่ออีกครั้งผ่านการปฏิบัติภารกิจสำคัญในต่างประเทศ โดยเฉพาะการถวายงานดูแลสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร หรือพระองค์ที ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ณ ประเทศเยอรมนีและทวีปยุโรป ซึ่งถือเป็นนัยยะสำคัญที่สะท้อนถึงการจัดวางตำแหน่งแห่งที่และบารมีภายในรั้วรอบขอบชิดที่กำลังถูกจับตามองอย่างไม่วางตา ย้อนกลับไปในการดำเนินกิจกรรมที่ถือว่าเป็นภารกิจหลักที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงวางรากฐานและมอบหมายให้แก่เจ้าคุณพระสินีนาฏฯ ซึ่งพำนักอยู่ในประเทศเยอรมนีเป็นหลักในช่วงหลังมานี้ ภารกิจดังกล่าวถูกเรียกว่าโครงการ ธรรมนาวังสู่ยุโรป ซึ่งนับว่าเป็นงานที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการเผยแผ่แนวคิดและสร้างเครือข่ายความร่วมมือในระดับสากล แต่สิ่งที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดและเป็นจุดที่นักวิเคราะห์ให้ความสนใจมากที่สุดคือ การที่ภารกิจนี้เปรียบเสมือนการเปิดตัวบทบาทของพระองค์ทีในฐานะรัชทายาทที่มีความพร้อมในการสืบสานพระราชปณิธานต่อจากรัชกาลปัจจุบัน สัญญาณที่เกิดขึ้นจากการจัดงานในครั้งนี้ ซึ่งดำเนินการโดยเจ้าคุณพระสินีนาฏฯ อย่างยิ่งใหญ่นั้น…
ทำไม ร.10 ไม่ยอมพบสองพี่น้อง กลับเป็นไพร่ ไม่มียศถาบรรดาศักดิ์?
ท่าน อ๋อง จักรีวัฒน์ วิวัชรวงศ์ พระ ราชโอรส คน ที่ 3 ใน พระ บาท สมเด็จ พระ วชิรเกล้า เจ้า อยู่ หัว ได้ เดิน ทาง มา ถึง ประเทศ ไทย แล้ว เพื่อ มา สมทบ กับ…
ไม่ มี บุคคล ภาย นอก เข้า ไป ด้วย ขณะ ที่ พระ ครู พิสา จริยาภิรม เจ้า อาวาส วัด ประดู่ เปิด เผย เพียง สั้น
ลาย มือ ศรีรัตน์ ถึง นัก ข่าว ขอ อยู่ สงบ เงียบ เขียน ใส่ กระดาษ ปิด หน้า ประตู ขอบคุณ สื่อ ที่ ให้ ความ ห่วง ใย กำลัง ปฏิบัติ ธรรม ภาย ใน บ้าน ท่าน…
ชะตากรรมที่แปลกประหลาดและสับสนของภรรยาทั้งสามของรัชกาลที่
เบื้อง ลึก 3 เจ้า หญิง จาก สามัญชน สู่ รั้ว วัง แต่ เพราะ วิบากกรรม อัน ใด จึง ปลด สู่ สามัญชน ชีวิต ดั่ง ละคร ท่าน ผู้ หญิง ศรีรัศมวดี 13 ปี ใน รั้ว…
พระราชาจะเสด็จขึ้นราชรถสำเร็จตามคำทำนายของกรุงศรีฯ
ท่าน ใหม่ ชี้ วิบาก หลัง 2475 จบ แล้ว ตาม คำ พยากรณ์ ของ พระ อรหันต์ กรุงศรี หม่อม เจ้า จุลเจิม ยุคล โดย ท่าน ใหม่ ท่าน เคย โพสต์ ข้อ ความ ใน Facebook ส่วน…
เปิดคำทำนายโบราณ ยุคศิวิไลซ์ รัชกาลที่ 10 ไทยจะรุ่งเรืองที่สุด
การพยากรณ์ชะตาเมืองของประเทศไทยถือเป็นศาสตร์ที่มีการสืบทอดและบันทึกไว้อย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในคำทำนายที่เป็นที่กล่าวขวัญและถูกนำมาตีความอย่างกว้างขวางคือ คำพยากรณ์ของสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี และพระเถระผู้ใหญ่ในอดีต ซึ่งได้ระบุถึงลำดับความเปลี่ยนแปลงของบ้านเมืองในแต่ละรัชสมัย โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่รัชกาลที่ 10 ที่ถูกนิยามว่าเป็น ยุคชาวศิวิไลซ์ อันหมายถึงช่วงเวลาแห่งความรุ่งเรืองและความผาสุกของพสกนิกรชาวไทย ตามบันทึกทางประวัติศาสตร์และโหราศาสตร์โบราณ คำทำนายชะตาเมืองที่ถูกพบในกุฏิของสมเด็จพระพุฒาจารย์ โต พรหมรังสี หลังการมรณภาพ ได้เขียนเป็นคำกลอนสั้นๆ ที่สรุปเหตุการณ์สำคัญในแต่ละรัชกาลไว้ได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่ยุคมหากาฬ ยุคผ่านยักษ์ ยุครักมิตร ยุคสนิทธรรม ยุคจำแขนขาด ยุคราษฎร์จน ยุคชนร้องทุกข์…
.เปิดลำดับชั้นพระภรรยาเจ้า—เจาะลึกโบราณราชประเพณีแห่งราชวงศ์จักรี
พระภรรยาของพระเจ้าแผ่นดินตามโบราณราชประเพณีไทย เมื่อเสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมสถาปนาพระอิสริยยศพระภรรยาให้มีฐานันดรศักดิ์ในพระบรมราชจักรีวงศ์อย่างเป็นระเบียบแบบแผน โดยเฉพาะในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดลำดับชั้นพระภรรยาเจ้าไว้อย่างชัดเจนตามกฎมณเฑียรบาล เพื่อเป็นการเชิดชูพระเกียรติยศและกำหนดบทบาทหน้าที่ในพระราชสำนักฝ่ายในอย่างเป็นทางการ ลำดับชั้นของพระภรรยาเจ้านั้น หมายถึงพระภรรยาของพระเจ้าแผ่นดินที่มีพระกำเนิดเป็นเจ้านายมาแต่เดิม โดยตามกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสถาปนาพระอิสริยยศ ได้กำหนดไว้ 4 ขั้นหลัก คือ พระอัครมเหสี พระมเหสี พระราชเทวี และพระอัครชายา ซึ่งแต่ละตำแหน่งมีรายละเอียดและความสำคัญที่แตกต่างกันไปตามกาลสมัยและพระบรมราชวินิจฉัย พระอัครมเหสี ถือเป็นตำแหน่งพระอิสริยยศสูงสุดของพระภรรยาเอกในพระเจ้าแผ่นดิน หรือเป็นพระมารดาขององค์รัชทายาท ในอดีตมีการใช้คำนำหน้าพระนามที่หลากหลายตามแต่รัชกาล เช่น กรมหลวงบาทบริจาริก…
.เปิดตำนานพระภรรยาเจ้า—เผยลำดับชั้นยศและราชประเพณีโบราณที่หาชมยาก
การศึกษาหน้าประวัติศาสตร์ไทยผ่านระเบียบแบบแผนของราชสำนัก เป็นสิ่งที่สะท้อนถึงความรุ่งเรืองและวัฒนธรรมอันละเอียดอ่อนของชาติ โดยเฉพาะเรื่องราวของพระภรรยาเจ้าและลำดับชั้นพระอิสริยยศในราชวงศ์จักรี ซึ่งถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีความสำคัญและมีรายละเอียดที่พึงศึกษาอย่างยิ่ง เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตามหลักการราชประเพณีและกฎมณเฑียรบาลที่มีการสืบทอดกันมานับร้อยปี นิยามและรากฐานของคำว่าพระภรรยาเจ้า ในสมัยโบราณ การจัดลำดับชั้นยศของพระภรรยาของพระมหากษัตริย์ไม่ได้วัดเพียงแค่ความโปรดปราน แต่มีการวางรากฐานผ่านทางกฎมณเฑียรบาลอย่างเคร่งครัด คำว่า พระภรรยาเจ้า ตามหลักรัฐประศาสโนบายและราชประเพณีไทย หมายถึง ภรรยาของพระมหากษัตริย์ที่มีกำเนิดเป็นเจ้ามาแต่เดิม โดยนับตั้งแต่ชั้น หม่อมเจ้า ขึ้นไปจนถึงระดับ พระองค์เจ้า หรือ เจ้าฟ้า หากผู้ที่เข้ารับราชการฝ่ายในมีต้นกำเนิดเป็นสามัญชน แม้จะได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ สถาปนาในภายหลัง ก็จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม บาทบริจาริกา หรือ เจ้าจอม…
.สื่อต่างชาติจับตา! “เจ้าคุณพระสินีนาฏ” หายจากสื่อหลายเดือน
กระแสความเคลื่อนไหวในแวดวงราชสำนักไทยกลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้งในระดับสากล เมื่อสำนักข่าวต่างประเทศรายใหญ่ โดยเฉพาะสื่อจากยุโรปอย่าง LN24 ของประเทศเบลเยียม ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการรายงานข่าวเชิงวิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมา ได้ออกมานำเสนอประเด็นการหายตัวไปจากหน้าจอเรดาร์หรือภารกิจสาธารณะของเจ้าคุณพระสินีนาฏ พิลาสกัลยาณี ซึ่งถือเป็นบุคคลสำคัญที่เคยมีบทบาทอย่างสูงในหน้าสื่อและภารกิจทางราชการมาโดยตลอด จากการติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่อง สื่อต่างประเทศได้ตั้งข้อสังเกตว่า ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ไม่มีการปรากฏตัวหรือการเผยแพร่ภาพภารกิจใหม่ๆ ของเจ้าคุณพระสินีนาฏออกมาสู่สายตาประชาชนเหมือนเช่นเดิม การหายไปอย่างลึกลับในครั้งนี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมและความสงสัยไปทั่วโลกออนไลน์ โดยมีการเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตกับอดีตพระวรชายาในรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นประเด็นที่สื่อตะวันตกให้ความสนใจเป็นพิเศษในแง่ของลำดับเหตุการณ์และผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถาบัน บทวิเคราะห์จากสื่อต่างประเทศระบุว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจมีปัจจัยหลายด้านเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแรงกดดันภายใน หรือการปรับเปลี่ยนทิศทางการประชาสัมพันธ์ของส่วนกลาง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนแรงยิ่งขึ้น คือการปรากฏตัวของกลุ่มทหารหญิงองครักษ์ชุดใหม่จำนวน 7 ท่าน ที่เริ่มมีบทบาทเด่นชัดขึ้นในภารกิจสำคัญต่างๆ…