จะบ จะ ปรับ ตัว หรือ ยัง ไง อะไร มั้ย เฮ้ย เ บอก ว่า นี่ พระ เจ้า อยู่ หัว พระ องค์ เนี่ย ปรับ ตัว เยอะ แล้ว น

ที นี้ เนี่ย จะ เล่า เรื่อง ที บังกร ให้ ฟัง เอ เล่า เรื่อง เสี่ย เสี่ย โอ ให้ ฟัง นิด หน่อย ก่อน เอ ครับ ผม เสี่ โอเ เนี่ย อาการ ไม่ ดี จริง ๆ นะ เออ อั้น ขี้ อั้น เี้ยว ไม่ ไหว แล้ว อาการ หนัก แล้ว อาการ อู๊ บาง วัน ตื่น นี่ ลุก ไม่ ไหว เลย นะ อ้า จริง ิ มี งาน ที่ จังหวัด อุดร ก็ ไป ไม่ ไหว อัน งด เฉ ใช่ อัน นี้ ไม่ ได้ มโน นะ ครับ ที่ วัด ศรีสมพร เนี่ย จังหวัด อุดร พระราม หลวง ที่ อุดร เสี่ย จะ ไป ยก ยก ฉัด อายุ ครบ 100 ปี ของ วัด เสีย ไป ไม่ ได้ อื เลื่อน นะ ครับ เพราะ ว่า เหตุ แจ้ง มา ว่า วัฒนธรรม แจ้ง อ่ะ นะ ว่า ในหลวง

เสด็จ ไม่ ได้ ประชวน กะทันหัน กู ก็ ไม่ รู้ ว่า เป็น อะไร ทราบ ใน ภาย หลัง ลม เพลม พั มา บอก ว่า ไม่ สามารถ ลุก จาก พระ ที่ นั่ง พระ เตียง พระ แท่น มัน ได้ อ่ะ นะ ใกล้ แล้ว ใก ไ เตรียม เฮ เตรียม เฮ พวก มึง เออ ตอน แรก ว่า จะ ว่า จะ แถลง การณ์ ด้วย ซ้ำ ต น บอก ว่า อย่า เพึ่ง เดี๋ยว รอ อีก สัก อัน นี้ ก่อน เดี๋ยว มัน มี การ เออ ุ สุด ท้าย มา เสี่ย ก็ ลุก ขึ้น มา กิน ข้าว กิน ปลา อะไร ได้ พอ พัก ฟื้น อยู่ 2-3 วัน ก็ มา งาน มี แนว โน้ม จะ ต้อง ใช้ รถ เข็น มั้ย เนี่ย คือ เขาค ก็ เสนอ อยู่ นะ แต่ เสี่ย โอ ไม่ ไม่ นั่ง เสี่ โอ ไม่ ไม่ นั่ง าก ตอน นี้ จะ ไป ไหน

แต่ ละ ที ลาก ลู่ ถู ก กัน เด็ก ๆ กางเกง ก็ หลุด ตูด เออ มัน มัน มัน บอก เอง ว่า มัน จะ ไม่ ใช้ รถ เข็น เหมือน พ่อ มัน มัน เป็น ป ปาก ี เออ เออ มัน บอก ว่า มัน เป็น ชาย ชาติ ทหาร เว้ย เออ มัน บอก ไง นะ ก็ ลอง ก็ ลอง ดู นะ ก็ ลอง ดู นะ ฮะ นะ นี่ ก็ คือ ก็ อาการ ไม่ ค่อย ดี นะ ครับ เสี่ย โอ ที นี้ ก็ มา ถึง เรื่อง ทีปังกร นะ ผม ก็ ยัง จะ ยืน ยัน อีก ครั้ง ถ้า ระบอบ นี้ ยัง อยู่ แบบ นี้ คุณ ไม่ ต้อง มา เอะ อะ โวย วาย นะ ว่า โอ๊ย ไม่ เอา แล้ว ร 11 ร 12 ช่วย ได้ ครับ มัน ไม่ ได้ อยู่ ที่ คุณ มัน ไม่ ได้ อยู่ ที่ คุณ มา

พูด ว่า เอา ไม่ เอา ครับ เอ ถ้า ไม่ มี ปฏิกิริยา ใด ๆ จาก สังคม มัน ก็ อยู่ อยู่ ดี เออ เออ ใช่ ๆ ๆ ถ้า ไม่ ช่วย กัน ส่ง เสียง อ่ะ ว่า ไม่ เอา อ่ะ ใช่ คือ การ ปรับ ตัว ไป เอา อย่าง งี้ เอ่อ จะ พูด ดี มั้ย ล่ะ เอา ว่า ผม ถาม เชื้อ พระ วงศ์ ผู้ ใหญ่ คน นึง แล้ว กัน อือ บอก ว่า เนี่ย ตกลง สถาบัน กษัตริย์

Có thể là hình ảnh về văn bản cho biết 'นุยว นัยวางแผน ให้ ให้เสี่ยโอทิ้งอ้น สี่ย ทิ้ง โอทิ้ง อ้น RO'

จะบ จะ ปรับ ตัว หรือ ยัง ไง อะไร มั้ย เฮ้ย เ บอก ว่า นี่ พระ เจ้า อยู่ หัว พระ องค์ เนี่ย ปรับ ตัว เยอะ แล้ว นะ อัน นี้ ปรับ แล้ว เหรอ เนี่ย เออ มัน ปรับ แล้ว ปรับ ให้ อำนาจ มัน เข้ม แข็ง ขึ้น ปรับ ไม่ ใช่ คือ มัน ปรับ เชิง

คือ ถ้า เรา พูด เชิง วิชาการ คือ ปรับ เชิง กายภาพ ไม่ ได้ ปรับ เชิง หลัก การ เออ ๆ ๆ เชิง หลัก การ เนี่ย อำนาจ ยัง เหมือน เดิม ครับ มี การ บริหาร การ แทรก แซง จาก ทาง ราชสำนัก เหมือน เดิม อ อำนาจ เมน เหมือน เดิม ใน สมัย กษัตริย์ ภูม เหมือน เดิม ครับ แต่ ว่า ใน สมัย กษัตริย์ ภูมิพล มัน ไม่ ชัด เท่า กับ กษัตริย์ เสี่ย โอ ไง อื เพราะ มัน ยัง ถูก บัง ตา อยู่ ใน หลาย ๆ อย่าง ใช่ ๆ ๆ ด้วย ยุค สมัย ที่ ยัง ไม่ พร้อม ด้วย แต่ จริง ๆ อ่ะ ยุค ของ กษัตริย์ ภูมิพล ก็ เหมือน แบบ นี้ แหละ แต่ กษัตริย์ ภูมิพล แสดง ออก มาก กว่า

นี้ ด้วย ซ้ำ อื พอ ดี ผม ไป งาน งาน ศพ ไง ของ หม่อม เจ้า ศุภสาร ที่ วัด ที่ วัด เบ็น น่ะ นะ อ ก็ เลย คุย กัน เ เ ก็ เลย เล่า ให้ ฟัง ว่า พระ เจ้า อยู่ หัว เนี่ย ปรับ ตัว แล้ว นะ อ้า กู บอก กลับ ตัว ไง เนี่ย เวลา เสด็จ ไป หัวหิน ไป อะไร เนี่ย นั่ง ฮอ ไป นะ ไม่ ได้ ให้ รถ พระ ที่ นั่ง ไป รับ นะ เออ พูด ไป อย่าง งั้น เห็น มั้ย คือ มัน ปรับ แค่ ทาง กายภาพ ไง เออ คือ พอ พอ มี ข่าว ไป คุย กัน ใน สภา ว่า เนี่ย ขบวน รับ เสด็จ ทำ ให้ เกิด ความ เดือด ร้อน มัน ก็ บอก อ งั้น กู ก็ นั่ง ฮอ ให้ ฮอ ไป รับ ที่ พระ ที่ นั่ง สวนพร น่ะ

เออ ๆ ไอ อย่าง งี้ เป็น ต้น ยก ตัว อย่าง อ่ะ นะ เออ เออ เข้า ถึง ประชา ชน มาก ขึ้น เอ่อ ถ่าย รูป เซลฟี่ มาก ขึ้น คือ มัน ปรับ ตัว เพลิง กายภาพ เท่า นั้น เอง อื เพราะ สมัย ก่อน เนี่ย เ เจ้า กับ ชาว บ้าน เนี่ย เขา จะ ต้อง มี ระยะ ห่าง จะ ไม่ ให้ มี ความ สัมพันธ์ มาก จน เกิน ไป อื หลัก คิด ของ ราชสำนัก จะ เป็น อย่าง นี้ นะ ครับ เพราะ ว่า อะไร ครับ เพราะ ไม่ งั้น ถ้า มี ความ สัมพันธ์ มาก จน เกิน ไป เนี่ย การ ลง พระ เดช พระ เดช มัน จะ ไม่ มี อื มัน จะ ใช้ กับ ประชา ชน ชน ไม่ ได้ ประชา ชนน จะ เหลิง อือ อัน นี้ รัชกาล ที่ 5 บอก เอง นะ

ฮะ เพราะ ฉะนั้น ไพร่ กับ ประชา ชน จะ มี ความ ปฏิสัมพันธ์ กัน ถึง ขนาด นั้น น่ะ ไม่ ได้ แต่ เสี่ย โอ ก็ พยายาม สร้าง ภาพ มี การ ไป เซลฟี่ กับ เด็ก เออ มี เด็ก ไป ยืน ตะเบะ ก็ ตะเบะ ให้ มัน เ้า เอา ยัง ไง ก็ เอา ตาม กัน เออ จริง ๆ เนี่ย ไอ้ เด็ก ยืน ตะเบะ เ แผน นุ้ย เอ เพราะ ข้า ราชบ อีก แล้ว เออ เออ เพราะ ข้า ราช บริพัน นุ้ย เนี่ย เนี่ย ชื่อ คุณ จุ๋ม เนี่ย เป็น คน ไป บอก ว่า เด็ก คน เนี้ย เนี่ย เดี๋ยว ถ้า พระ เจ้า อยู่ หัว ผ่า ตรง เนี้ย ให้ ทำ ตะเบะ อย่าง งี้ อย่าง งี้ อย่าง งี้ อย่า งี้ นะ เออ ไอ้ แม่ เด็ก ก็ บอก โอเค ก็ เลย ทำ

ท่า อย่าง งั้น น่ะ บริเวณ นั้น เนี่ย คน จะ ไม่ อยู่ เลย นะ จะ ให้ เด็ก อยู่ คน เดียว เห็น มั้ย เออ อ พราะ คุณ จุ๋ม เนี่ย เป็น นาง สนอง พระ โอฐ มา บอก ไอ้ แม่ เด็ก คน นี้ บอก ให้ เด็ก คน เ ทำ อย่าง งี้ อย่าง งี้ เดี๋ยว พ้า เจ้า อยู่ หัว มา เ จะ มี ภาพ ตะเบ๊ะ ตะเบะ เออ งง ไง ไง อยู่ ย ดี ๆ เด็ก มัน จะ มา แต่ง เครื่อง แบบ ตาเบ ใส่ ไอ้ ในหลวง มึง รู้ ได้ ไง ในหลวง จะ ต้อง มา ทาง นี้ เออ เออ มัน มี การ จัด ฉาก มา เรียบ ร้อย แล้ว เอ ม อีก แล้ว ครับ พี่ น้อง เออ นะ เดี๋ยว แป๊บ นึง เ ไม่ ไหว อ้า สงสัย เหนื่อย เกิน ไป ช่วง เนี้ย เออ งาน

เยอะ นะ เ ต้อง โอห ต้อง ตื่น เช้า ก็ ก็ งาน ท่า ท วัน เสาร์ อาทิตย์ ท่าน ไม่ ได้ หยุด นะ ท่าน มหา มัน เป็น อย่าง งี้ มัน เป็น อย่าง งี้ พี่ ขุนทอง สมัย เรา สอน ที่ จุฬา แล้ว ก็ มี สอน ไป แล้ว ก็ กลับ นึก ออก มั้ย อ่า ครับ ที่ อั สวน แต่ ตอน เนี้ย เรา เข้า ใจ ว่า มา ทำ งาน ราชการ ใน พระ องค์ ใน ฝ่าย วิชาการ เรา ก็ นึก ว่า มัน จะ แค่ รับ รับ ผิด ชอบ งาน ตัว นี้ ไม่ ใช่ เว้ย เออ จุฬา ก็ ยัง ให้ เรา ไป บรรยาย อยู่ ดี โอ้ ที่ ทำม สถาน ประจำ เลย เออ ก็ ก็ เลย เออ แล้ว สิกร ก็ มา ใช้ กู อีก ขนาด โยน งาน ให้ ขนาด นี้ หม่อม ก็ ยัง มี เวลา

ไป นินทา ชั้น ช่อง ไฟ เย็น ไป สุม หัว กับ ไอ้ พวก นั้น เออ ก็ ๆ ก็ ก็ เ้า เรา ก็ เอา เรื่อง จาก กู เอา เรื่อง ของ มึง นั่น แหละ มา เล่า ให้ เา ฟัง คือ เ ก็ คง อยาก ฟัง ไง ใช่ ม เออ ถ้า ม เออ ถ้า มึง ไล่ กู ออก ซะ ก็ แล้ว กู ก็ จะ ไม่ ได้ มา ที่ นี่ กู ก็ ไม่ มี อะไร มา เล ให้ เ ฟัง ไง ใช่ มั้ย เออ เออ มึง บอก เออ สถาวร มึง พอ สม ควร แล้ว ล่ะ ไป ๆ วัน ดี คืน ดี เออ ไป ให้ คุณ ไอ้ วิไล เป็น ราชเลขา เอา รูป มา ให้ กู ดู บอก พระ เทพ ถาม ว่า นี่ นี่ ใช่ หม่อม มั้ย อื นี่ ใช่ หม่อม มั้ย กู บอก ใช่ ตอน กู บวช อยู่ ที่ ว้าน ป่า บ้าน ตาด

เทพ เอา รูป นี้ มา จาก ไหน เอ้า เออ นั่น สิ ค ู เอา เออ เออ เห็น มั้ย พี่ ุ เรา เห็น อยู่ ใช่ มั้ย เห็น ๆ ๆ ๆ เออ ไอ้ นั่ง อยู่ ข้าง บน น่ะ หลวง ตา บัว เรา ก็ ฉัน กัน อย่าง งั้น แหละ สมัย นั้น นะ ครับ เอ สมถะ เนาะ เออ เออ สมถะ เ เออ เนี่ย พูด ถึง วชิราลงกรณ์ เมื่อ อาการ ย่ำ แย่ เนี่ย ฝ่าย กอง เชียร์ ของ อ้น และ ทิปังกร เ มัน กระเพื่อม มัน มี อะไร ใส่ กัน มั้ย อ้น น่ะ ผม ไม่ อยาก พูด อีก ละ อ้น เนี่ย เหรอ คือ คน เชียร์ ก็ เชียร์ เอา ง งี้ เดี๋ยว จะ เล่า เรื่อง ตอน นี้ ใช้ คำ ว่า ปริซ นำ หน้า อีก แล้ว นะ ช่าง แม่ มัน มัน ก็ พูด ไป เรื่อย

เปื่อย อ่ะ แหละ นะ ครับ มัน จะ ใช้ อะไร ก็ ช่าง หัว มัน มัน ราชสำนัก เ้า ปล่อย มัน แล้ว ล่ะ เค้า ไม่ ได้ ไป หัว ซา มัน เท่า ไหร่ หรอก อ มัน แสดง จะ เล่า เรื่อง นึง อ มัน แสดง ไป

Related articles

รอยต่อทางประวัติศาสตร์: จากปรีดี ถึงทักษิณ

ในแวดวงการเมืองไทย หากจะกล่าวถึงอำนาจที่มองไม่เห็นแต่มรสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด สิ่งนั้นไม่ใช่เพียงแค่จำนวนเสียงในสภาหรือตำแหน่งทางการเมือง แต่คือรากฐานทางสังคมและสายสัมพันธ์ที่ถักทอมายาวนานนับร้อยปี วันนี้เราจะพาคอการเมืองและผู้สนใจประวัติศาสตร์ไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังที่แท้จริงของความแข็งแกร่งในขั้วอำนาจทางการเมือง ผ่านนามสกุลดังที่ใครได้ยินก็ต้องเกรงใจ นั่นคือ “ณ ป้อมเพชร” รากฐานอำนาจที่หยั่งลึกกว่าที่ตาเห็น เมื่อพูดถึงการเมืองไทยในยุคปัจจุบัน หลายคนอาจโฟกัสไปที่ตัวบุคคลที่เป็นผู้นำหรือแกนนำพรรค แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกลงไปถึงโครงสร้างสังคมไทย จะพบว่า “ระบบเครือญาติ” และ “สายตระกูล” ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่รับราชการสนองพระเดชพระคุณมาตั้งแต่สมัยโบราณ นามสกุล “ณ ป้อมเพชร” ไม่ใช่นามสกุลที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคประชาธิปไตย แต่เป็นสายตระกูลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ย้อนกลับไปได้ไกลถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ต่อเนื่องมาจนถึงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี…

อนุรักษ์ เก่า ที่ ตอน นี้ เนี่ย นะ อยู่ ใน ความ ดู แล ของ สุรยุทธ์ จุฬานนท์ นะ ฮะ แล้ว ก็ ไอ้ ไๆ ไๆ ไๆ

กรณี อุ้งอิ๊ง เออ จะ ไป ยัง ไง กัน ต่อ ถึง ขั้น >> เอ่อ รุนแรง ไป ถึง ขั้น ไหน เออ >> ไอ้ ฮุนเซน ถือ ว่า ทำ งาน ภารกิจ สำเร็จ ลุ…

จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ท่ามกลางกระแสความสนใจของผู้คนในสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องราวของดวงชะตาบ้านเมือง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ทางการเมืองและสังคม มักจะมีการหยิบยกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และคำทำนายเก่าแก่ขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอ หนึ่งในเรื่องเล่าขานที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องและถูกแชร์ต่อกันในวงกว้างบนโลกออนไลน์ คือบันทึกคำทำนายที่อ้างว่าเป็นของ “โหรหลวง” ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยนัยยะทางประวัติศาสตร์ที่ชวนให้ขบคิดตาม โดยเฉพาะการแบ่งยุคสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์ออกเป็น 12 ยุค หรือ 12 รัชกาล ซึ่งแต่ละยุคจะมีชื่อเรียกขานที่สื่อถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกรายละเอียดของคำทำนายดังกล่าว ตั้งแต่อดีต จนถึงยุคปัจจุบัน และก้าวต่อไปในอนาคตที่ถูกทำนายไว้ว่าประเทศไทยจะก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจระดับโลก จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 1…

ขุมทรัพย์ใต้พิภพ: ทองคำ 15 ตันและแก้วมณี

ในห้วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง สังคมไทยมักจะหันกลับมาหาที่พึ่งทางใจและความหวังจากตำนานความเชื่อ โดยเฉพาะคำทำนายจากพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หนึ่งในคำทำนายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์และวงสนทนาธรรมะ คือบันทึกคำพยากรณ์ของ “พระราชพรหมยาน” หรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” แห่งวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งท่านได้เคยกล่าวถึงอนาคตของประเทศไทยในยุคสมัยของรัชกาลที่ 10 ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะนำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งระดับโลก ย้อนรอยตำนาน “ฤๅษีทัศนาจร” เรื่องราวคำทำนายนี้มีที่มาจากหนังสือ “ฤๅษีทัศนาจร” ซึ่งเป็นการรวบรวมคำเทศนาและบันทึกการสนทนาของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะในเล่มที่ 1 ตอนที่ชื่อว่า “เทวดาชวนขุดทอง” เนื้อหาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเล่าเรื่องลี้ลับ แต่เป็นการแฝงธรรมะและนิมิตหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย ตามบันทึกระบุว่า…

ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา

ในห้วงเวลาที่พสกนิกรชาวไทยต่างเฝ้าติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี หนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงและให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวางคือบทบาทและอนาคตของ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระองค์กำลังเจริญพระชนมายุเข้าสู่วัยหนุ่มฉกรรจ์ ซึ่งตามโบราณราชประเพณีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักถือเป็นช่วงเวลาที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกวิเคราะห์ถึงเส้นทางของพระองค์ผ่านมุมมองของ กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ การตีความสถานะทางกฎหมาย และก้าวย่างสำคัญสู่การเป็น “สมเด็จพระยุพราช” หรือองค์รัชทายาทโดยแท้ ที่คนไทยทั้งแผ่นดินต่างรอคอย ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2548 ณ โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรชาวไทยต่างปลื้มปีติยินดีกับข่าวการประสูติของพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ในขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) กับท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี พระกุมารผู้มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ…

เกมพลิกจุดจบ ท่านเรวัตจัดชุดใหญ่ คนสั่งย้าย ผู้การธรรมนูญปะทะนายพลเขมร

นาว เอก ธรรมนูญ ถูก ย้าย นะ ครับ ตั้ง ใจ มา ไลฟ์ วัน นี้ ก็ จะ พูด เรื่อง นี้ แหละ ครับ ผม ถาม ว่า เรา เป็น ผู้ บังคับ บัญชา ไป ย้าย นาวา เอก ธรรมนูญ…