ด่วน เงินผู้สูงอายุ60ปี โอนเข้าบัญชีอัตโนมัติ13ล้านคน รัฐแจ้งข่าวดีวันนี้

อัปเดต เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือ เงินคนแก่ ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน เปิดขั้นตอนการยืนยันสิทธิลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปีงบประมาณ 2570 พร้อมคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ และเอกสารที่ต้องเตรียม โดยมีรายละเอียดดังนี้

คุณสมบัติเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

สัญชาติไทย

มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

นับอายุถึง วันที่ 1 ก.ย. 2569 (เกิดก่อน 2 ก.ย. 2510)

หรืออายุเกิน 60 ปีแล้ว แต่ไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน

ไม่มีรายได้ หรือ รายได้ไม่พอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด

ช่วงเวลา ยืนยันสิทธิ/ลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ยืนยันสิทธิ: ระหว่างเดือนมกราคม-เดือนธันวาคมของทุกปี

(กำหนดการขึ้นอยู่กับดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ให้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม)

ยืนยันสิทธิเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ไหน

กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเขตที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ

ต่างจังหวัด: ที่ว่าการอำเภอ, องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

กรณีไป “ด้วยตนเอง”

1.บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย (ตัวจริง)

2.ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน ที่เป็นปัจจุบัน (ตัวจริง)

3.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์ ตัวจริงพร้อมสำเนา (ถ้ารับผ่านธนาคาร)

กรณี “มอบอำนาจให้ผู้อื่น”

1.หนังสือมอบอำนาจ (ลงลายมือชื่อผู้มอบอำนาจและพยานครบถ้วน)

2.สำเนาบัตรประชาชนผู้มีสิทธิ 1 ชุด

3.สำเนาทะเบียนบ้านผู้มีสิทธิ 1 ชุด

4.สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ 1 ชุด

5.สำเนาสมุดบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีสิทธิ 1 ชุด (ถ้ารับผ่านธนาคาร)

วิธีรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

รับเงินสดด้วยตนเอง

รับเงินสดโดยผู้รับมอบอำนาจ

โอนเข้าบัญชีธนาคา ชื่อผู้มีสิทธิ

โอนเข้าบัญชีธนาคารชื่อผู้รับมอบอำนาจ

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจ่ายเงินวันไหน

จ่ายทุกวันที่ 10 ของเดือน ถ้าตรงวันหยุด รัฐจ่ายวันทำการก่อนหน้า

เริ่มจ่ายเดือนถัดไป หลังยืนยันสิทธิและตรวจคุณสมบัติครบ ยกเว้นผู้ที่เกิดวันที่ 1 รับเงินในเดือนนั้นได้

จ่ายเป็นรายเดือน อัตราแบบขั้นบันได

อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับ 600 บาท

อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับ 700 บาท

อายุ 80- 89 ปี จะได้รับ 800 บาท

อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท

หมายเหตุ

การจ่ายเงินให้ผู้รับมอบอำนาจ: เมื่อยืนยันตัวบุคคลตรงตามมอบอำนาจ และยืนยันว่าผู้มีสิทธิยังมีชีวิตอยู่ ณ วันที่ 1 ของทุกเดือน (จ่ายเต็มเดือน)

กรณีรับเงินโดยสุจริตทั้งที่ “ไม่มีสิทธิ”: ให้ อปท. ตรวจข้อเท็จจริง รายงานผู้บริหาร และ ระงับการจ่าย ต่อไป (งดเรียกคืนในกรณีสุจริต)

การย้ายที่อยู่ (ย้ายภูมิลำเนา)

การยืนยันสิทธิ

ต้องไปยืนยันสิทธิที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่

การจ่ายเบี้ยยังชีพหลังยืนยัน

เมื่อยืนยันสิทธิเรียบร้อยแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่จะเริ่มจ่ายใน “เดือนถัดไป” โดยต้องได้รับการยืนยันข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิม

หากไม่ยืนยันสิทธิ

จะยังได้รับเงินเบี้ยยังชีพจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิมจนถึงสิ้นปีงบประมาณที่แจ้งย้ายเท่านั้น

กรณีล่าช้า/ยังไม่ดำเนินการ

หากยืนยันสิทธิไม่ทันภายในปีงบประมาณที่แจ้งย้าย ยังสามารถยืนยันสิทธิภายหลังได้และจะเริ่มรับ

เงินเบี้ยยังชีพในเดือนถัดไปหลังยืนยัน

สรุป: เมื่อย้ายบ้าน/ภูมิลำเนาแล้ว รีบยืนยันสิทธิที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่ เพื่อไม่ให้ขาดสิทธิการรับเบี้ยยังชีพในอนาคต

การสิ้นสุดการได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ผู้มีสิทธิเสียชีวิต

ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์

ผู้มีสิทธิ ยื่นสละสิทธิเป็นหนังสือ ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

หมายเหตุ : กรณีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีผู้สูงอายุสิ้นสุดลง ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ สั่งระงับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสำหรับบุคคลดังกล่าวทันที

อัปเดต เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือ เงินคนแก่ ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน เปิดขั้นตอนการยืนยันสิทธิลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปีงบประมาณ 2570 พร้อมคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ และเอกสารที่ต้องเตรียม โดยมีรายละเอียดดังนี้

คุณสมบัติเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

สัญชาติไทย

มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

นับอายุถึง วันที่ 1 ก.ย. 2569 (เกิดก่อน 2 ก.ย. 2510)

หรืออายุเกิน 60 ปีแล้ว แต่ไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน

ไม่มีรายได้ หรือ รายได้ไม่พอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด

ช่วงเวลา ยืนยันสิทธิ/ลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ยืนยันสิทธิ: ระหว่างเดือนมกราคม-เดือนธันวาคมของทุกปี

(กำหนดการขึ้นอยู่กับดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ให้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม)

ยืนยันสิทธิเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ไหน

กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเขตที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ

ต่างจังหวัด: ที่ว่าการอำเภอ, องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

กรณีไป “ด้วยตนเอง”

1.บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย (ตัวจริง)

2.ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน ที่เป็นปัจจุบัน (ตัวจริง)

3.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์ ตัวจริงพร้อมสำเนา (ถ้ารับผ่านธนาคาร)

กรณี “มอบอำนาจให้ผู้อื่น”

1.หนังสือมอบอำนาจ (ลงลายมือชื่อผู้มอบอำนาจและพยานครบถ้วน)

2.สำเนาบัตรประชาชนผู้มีสิทธิ 1 ชุด

3.สำเนาทะเบียนบ้านผู้มีสิทธิ 1 ชุด

4.สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ 1 ชุด

5.สำเนาสมุดบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีสิทธิ 1 ชุด (ถ้ารับผ่านธนาคาร)

วิธีรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

รับเงินสดด้วยตนเอง

รับเงินสดโดยผู้รับมอบอำนาจ

โอนเข้าบัญชีธนาคา ชื่อผู้มีสิทธิ

โอนเข้าบัญชีธนาคารชื่อผู้รับมอบอำนาจ

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจ่ายเงินวันไหน

จ่ายทุกวันที่ 10 ของเดือน ถ้าตรงวันหยุด รัฐจ่ายวันทำการก่อนหน้า

เริ่มจ่ายเดือนถัดไป หลังยืนยันสิทธิและตรวจคุณสมบัติครบ ยกเว้นผู้ที่เกิดวันที่ 1 รับเงินในเดือนนั้นได้

จ่ายเป็นรายเดือน อัตราแบบขั้นบันได

อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับ 600 บาท

อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับ 700 บาท

อายุ 80- 89 ปี จะได้รับ 800 บาท

อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท

หมายเหตุ

การจ่ายเงินให้ผู้รับมอบอำนาจ: เมื่อยืนยันตัวบุคคลตรงตามมอบอำนาจ และยืนยันว่าผู้มีสิทธิยังมีชีวิตอยู่ ณ วันที่ 1 ของทุกเดือน (จ่ายเต็มเดือน)

กรณีรับเงินโดยสุจริตทั้งที่ “ไม่มีสิทธิ”: ให้ อปท. ตรวจข้อเท็จจริง รายงานผู้บริหาร และ ระงับการจ่าย ต่อไป (งดเรียกคืนในกรณีสุจริต)

การย้ายที่อยู่ (ย้ายภูมิลำเนา)

การยืนยันสิทธิ

ต้องไปยืนยันสิทธิที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่

การจ่ายเบี้ยยังชีพหลังยืนยัน

เมื่อยืนยันสิทธิเรียบร้อยแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่จะเริ่มจ่ายใน “เดือนถัดไป” โดยต้องได้รับการยืนยันข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิม

หากไม่ยืนยันสิทธิ

จะยังได้รับเงินเบี้ยยังชีพจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิมจนถึงสิ้นปีงบประมาณที่แจ้งย้ายเท่านั้น

กรณีล่าช้า/ยังไม่ดำเนินการ

หากยืนยันสิทธิไม่ทันภายในปีงบประมาณที่แจ้งย้าย ยังสามารถยืนยันสิทธิภายหลังได้และจะเริ่มรับ

เงินเบี้ยยังชีพในเดือนถัดไปหลังยืนยัน

สรุป: เมื่อย้ายบ้าน/ภูมิลำเนาแล้ว รีบยืนยันสิทธิที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่ เพื่อไม่ให้ขาดสิทธิการรับเบี้ยยังชีพในอนาคต

การสิ้นสุดการได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ผู้มีสิทธิเสียชีวิต

ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์

ผู้มีสิทธิ ยื่นสละสิทธิเป็นหนังสือ ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

หมายเหตุ : กรณีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีผู้สูงอายุสิ้นสุดลง ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ สั่งระงับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสำหรับบุคคลดังกล่าวทันที

อัปเดต เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือ เงินคนแก่ ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน เปิดขั้นตอนการยืนยันสิทธิลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปีงบประมาณ 2570 พร้อมคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ และเอกสารที่ต้องเตรียม โดยมีรายละเอียดดังนี้

คุณสมบัติเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

สัญชาติไทย

มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

นับอายุถึง วันที่ 1 ก.ย. 2569 (เกิดก่อน 2 ก.ย. 2510)

หรืออายุเกิน 60 ปีแล้ว แต่ไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน

ไม่มีรายได้ หรือ รายได้ไม่พอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด

ช่วงเวลา ยืนยันสิทธิ/ลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ยืนยันสิทธิ: ระหว่างเดือนมกราคม-เดือนธันวาคมของทุกปี

(กำหนดการขึ้นอยู่กับดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ให้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม)

ยืนยันสิทธิเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ไหน

กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเขตที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ

ต่างจังหวัด: ที่ว่าการอำเภอ, องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

กรณีไป “ด้วยตนเอง”

1.บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย (ตัวจริง)

2.ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน ที่เป็นปัจจุบัน (ตัวจริง)

3.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์ ตัวจริงพร้อมสำเนา (ถ้ารับผ่านธนาคาร)

กรณี “มอบอำนาจให้ผู้อื่น”

1.หนังสือมอบอำนาจ (ลงลายมือชื่อผู้มอบอำนาจและพยานครบถ้วน)

2.สำเนาบัตรประชาชนผู้มีสิทธิ 1 ชุด

3.สำเนาทะเบียนบ้านผู้มีสิทธิ 1 ชุด

4.สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ 1 ชุด

5.สำเนาสมุดบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีสิทธิ 1 ชุด (ถ้ารับผ่านธนาคาร)

วิธีรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

รับเงินสดด้วยตนเอง

รับเงินสดโดยผู้รับมอบอำนาจ

โอนเข้าบัญชีธนาคา ชื่อผู้มีสิทธิ

โอนเข้าบัญชีธนาคารชื่อผู้รับมอบอำนาจ

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจ่ายเงินวันไหน

จ่ายทุกวันที่ 10 ของเดือน ถ้าตรงวันหยุด รัฐจ่ายวันทำการก่อนหน้า

เริ่มจ่ายเดือนถัดไป หลังยืนยันสิทธิและตรวจคุณสมบัติครบ ยกเว้นผู้ที่เกิดวันที่ 1 รับเงินในเดือนนั้นได้

จ่ายเป็นรายเดือน อัตราแบบขั้นบันได

อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับ 600 บาท

อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับ 700 บาท

อายุ 80- 89 ปี จะได้รับ 800 บาท

อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท

หมายเหตุ

การจ่ายเงินให้ผู้รับมอบอำนาจ: เมื่อยืนยันตัวบุคคลตรงตามมอบอำนาจ และยืนยันว่าผู้มีสิทธิยังมีชีวิตอยู่ ณ วันที่ 1 ของทุกเดือน (จ่ายเต็มเดือน)

กรณีรับเงินโดยสุจริตทั้งที่ “ไม่มีสิทธิ”: ให้ อปท. ตรวจข้อเท็จจริง รายงานผู้บริหาร และ ระงับการจ่าย ต่อไป (งดเรียกคืนในกรณีสุจริต)

การย้ายที่อยู่ (ย้ายภูมิลำเนา)

การยืนยันสิทธิ

ต้องไปยืนยันสิทธิที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่

การจ่ายเบี้ยยังชีพหลังยืนยัน

เมื่อยืนยันสิทธิเรียบร้อยแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่จะเริ่มจ่ายใน “เดือนถัดไป” โดยต้องได้รับการยืนยันข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิม

หากไม่ยืนยันสิทธิ

จะยังได้รับเงินเบี้ยยังชีพจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิมจนถึงสิ้นปีงบประมาณที่แจ้งย้ายเท่านั้น

กรณีล่าช้า/ยังไม่ดำเนินการ

หากยืนยันสิทธิไม่ทันภายในปีงบประมาณที่แจ้งย้าย ยังสามารถยืนยันสิทธิภายหลังได้และจะเริ่มรับ

เงินเบี้ยยังชีพในเดือนถัดไปหลังยืนยัน

สรุป: เมื่อย้ายบ้าน/ภูมิลำเนาแล้ว รีบยืนยันสิทธิที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่ เพื่อไม่ให้ขาดสิทธิการรับเบี้ยยังชีพในอนาคต

การสิ้นสุดการได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ผู้มีสิทธิเสียชีวิต

ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์

ผู้มีสิทธิ ยื่นสละสิทธิเป็นหนังสือ ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

หมายเหตุ : กรณีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีผู้สูงอายุสิ้นสุดลง ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ สั่งระงับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสำหรับบุคคลดังกล่าวทันที

อัปเดต เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หรือ เงินคนแก่ ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน เปิดขั้นตอนการยืนยันสิทธิลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุปีงบประมาณ 2570 พร้อมคุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ และเอกสารที่ต้องเตรียม โดยมีรายละเอียดดังนี้

คุณสมบัติเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

สัญชาติไทย

มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

อายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

นับอายุถึง วันที่ 1 ก.ย. 2569 (เกิดก่อน 2 ก.ย. 2510)

หรืออายุเกิน 60 ปีแล้ว แต่ไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน

ไม่มีรายได้ หรือ รายได้ไม่พอแก่การยังชีพ ตามที่คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติตามกฎหมายว่าด้วยผู้สูงอายุกำหนด

ช่วงเวลา ยืนยันสิทธิ/ลงทะเบียนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ยืนยันสิทธิ: ระหว่างเดือนมกราคม-เดือนธันวาคมของทุกปี

(กำหนดการขึ้นอยู่กับดำเนินการของแต่ละพื้นที่ ให้ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่เพิ่มเติม)

ยืนยันสิทธิเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ไหน

กรุงเทพมหานคร: สำนักงานเขตที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ

ต่างจังหวัด: ที่ว่าการอำเภอ, องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ผู้สูงอายุมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ในวัน-เวลาราชการ

เอกสารที่ต้องเตรียม

กรณีไป “ด้วยตนเอง”

1.บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่าย (ตัวจริง)

2.ทะเบียนบ้านฉบับเจ้าบ้าน ที่เป็นปัจจุบัน (ตัวจริง)

3.สมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ประเภทออมทรัพย์ ตัวจริงพร้อมสำเนา (ถ้ารับผ่านธนาคาร)

กรณี “มอบอำนาจให้ผู้อื่น”

1.หนังสือมอบอำนาจ (ลงลายมือชื่อผู้มอบอำนาจและพยานครบถ้วน)

2.สำเนาบัตรประชาชนผู้มีสิทธิ 1 ชุด

3.สำเนาทะเบียนบ้านผู้มีสิทธิ 1 ชุด

4.สำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ 1 ชุด

5.สำเนาสมุดบัญชีธนาคารของผู้มีสิทธิหรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้มีสิทธิ 1 ชุด (ถ้ารับผ่านธนาคาร)

วิธีรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

รับเงินสดด้วยตนเอง

รับเงินสดโดยผู้รับมอบอำนาจ

โอนเข้าบัญชีธนาคา ชื่อผู้มีสิทธิ

โอนเข้าบัญชีธนาคารชื่อผู้รับมอบอำนาจ

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจ่ายเงินวันไหน

จ่ายทุกวันที่ 10 ของเดือน ถ้าตรงวันหยุด รัฐจ่ายวันทำการก่อนหน้า

เริ่มจ่ายเดือนถัดไป หลังยืนยันสิทธิและตรวจคุณสมบัติครบ ยกเว้นผู้ที่เกิดวันที่ 1 รับเงินในเดือนนั้นได้

จ่ายเป็นรายเดือน อัตราแบบขั้นบันได

อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับ 600 บาท

อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับ 700 บาท

อายุ 80- 89 ปี จะได้รับ 800 บาท

อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท

หมายเหตุ

การจ่ายเงินให้ผู้รับมอบอำนาจ: เมื่อยืนยันตัวบุคคลตรงตามมอบอำนาจ และยืนยันว่าผู้มีสิทธิยังมีชีวิตอยู่ ณ วันที่ 1 ของทุกเดือน (จ่ายเต็มเดือน)

กรณีรับเงินโดยสุจริตทั้งที่ “ไม่มีสิทธิ”: ให้ อปท. ตรวจข้อเท็จจริง รายงานผู้บริหาร และ ระงับการจ่าย ต่อไป (งดเรียกคืนในกรณีสุจริต)

การย้ายที่อยู่ (ย้ายภูมิลำเนา)

การยืนยันสิทธิ

ต้องไปยืนยันสิทธิที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่

การจ่ายเบี้ยยังชีพหลังยืนยัน

เมื่อยืนยันสิทธิเรียบร้อยแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่จะเริ่มจ่ายใน “เดือนถัดไป” โดยต้องได้รับการยืนยันข้อมูลจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิม

หากไม่ยืนยันสิทธิ

จะยังได้รับเงินเบี้ยยังชีพจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเดิมจนถึงสิ้นปีงบประมาณที่แจ้งย้ายเท่านั้น

กรณีล่าช้า/ยังไม่ดำเนินการ

หากยืนยันสิทธิไม่ทันภายในปีงบประมาณที่แจ้งย้าย ยังสามารถยืนยันสิทธิภายหลังได้และจะเริ่มรับ

เงินเบี้ยยังชีพในเดือนถัดไปหลังยืนยัน

สรุป: เมื่อย้ายบ้าน/ภูมิลำเนาแล้ว รีบยืนยันสิทธิที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใหม่ เพื่อไม่ให้ขาดสิทธิการรับเบี้ยยังชีพในอนาคต

การสิ้นสุดการได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

ผู้มีสิทธิเสียชีวิต

ขาดคุณสมบัติตามเกณฑ์

ผู้มีสิทธิ ยื่นสละสิทธิเป็นหนังสือ ต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ตนมีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

หมายเหตุ : กรณีสิทธิได้รับเงินเบี้ยยังชีผู้สูงอายุสิ้นสุดลง ให้ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นๆ สั่งระงับการจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุสำหรับบุคคลดังกล่าวทันที

Related articles

เกิดอะไรขึ้น เสือ ดุสิต บ้านแตก ดราม่าซ้อนคดี เมียประกาศคืนอิสระ

เกิดอะไรขึ้น “เสือ ดุสิต” เจอมรสุมชีวิตซ้อนคดีรุมทำร้าย สารภาพเจ้าชู้ตลอด 9 ปี อยากมี 2 เมีย สุดท้ายบ้านแตก ภรรยาประกาศคืนอิสระ กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีของ “เสือ ดุสิต ” หรือ สัมฤทธิ์ ริมเถื่อน ที่ก่อนหน้านี้ก่อเหตุรุมทำร้ายชายวัย 53 ปีภายในร้านอาหาร โดยอ้างสาเหตุจากความไม่พอใจ อ้างที่ผู้บาดเจ็บลวนลามหญิงคนสนิท ก่อนจะเข้ามอบตัวและได้รับการประกันตัวออกมาสู้คดี ซึ่งขณะนี้คดียังคงอยู่ในกระบวนการยุติธรรม นอกจากประเด็นคดีความแล้ว เรื่องชีวิตส่วนตัวยังกลายเป็นดราม่าร้อน…

ของขึ้น “แอ๊ด คาราบาว” ฝากข้อความถึง “อนุทิน” ต้องเลือกข้าง

ของขึ้น “แอ๊ด คาราบาว” หลังได้ฟังคลิป ฝากข้อความถึง “นายกฯ อนุทิน” ต้องเลือกข้างระหว่างประชาชนและนายทุนน้ำมัน เมื่อวันที่ 30 มี.ค. 69 ทางด้าน “แอ๊ด คาราบาว” หรือ “ยืนยง โอภากุล” ศิลปินเพลงเพื่อชีวิตชื่อดัง เคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊ก Add Bao พูดถึงประเด็นสถานการณ์ราคาน้ำมัน ฝากข้อความถึง “นายกฯ อนุทิน” ต้องเลือกข้างระหว่างประชาชนและนายทุนน้ำมัน  ของขึ้น แอ๊ด คาราบาว ฝากข้อความถึง อนุทิน ต้องเลือกข้าง โดยทางด้าน แอ๊ด…

“อ.ช้าง” เปิดนิสัยแท้จริง “อ.โต้ง” เห็นมากับตาตั้งแต่สมัยเรียน

“อ.ช้าง มือปราบคอลเซ็นเตอร์” โพสต์เปิดใจถึง “อ.โต้ง” หลังเกิดกระแสถูกมหาวิทยาลัยสั่งให้ออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย กลายเป็นประเด็นร้อน หลัง รองศาสตราจารย์ พันตำรวจโท ดร.กฤษณพงค์ พูตระกูล หรือ “อาจารย์โต้ง” โ พสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่าถูกมหาวิทยาลัยมีคำสั่งให้ออกจากงานโดยไม่จ่ายค่าชดเชย ตามหนังสือแจ้งลงวันที่ 31 มีนาคม 2569 และให้มีผลทันทีในวันที่ 1 เมษายน 2569 โดยเจ้าตัวเผยว่าเกิดขึ้นภายหลังไปออกรายการเปิดใจประเด็นต่าง ๆ พร้อมติดแฮชแท็ก “ธรรมาภิบาล” และ…

เกมพลิกจุดจบ ท่านเรวัตจัดชุดใหญ่ คนสั่งย้าย ผู้การธรรมนูญปะทะนายพลเขมร

นาว เอก ธรรมนูญ ถูก ย้าย นะ ครับ ตั้ง ใจ มา ไลฟ์ วัน นี้ ก็ จะ พูด เรื่อง นี้ แหละ ครับ ผม ถาม ว่า เรา เป็น ผู้ บังคับ บัญชา ไป ย้าย นาวา เอก ธรรมนูญ…

ฟัง กัน ให้ ดี ๆ นะ ครับ เรา มา พูด ถึง เรื่อง หลัก การ และ อะไร สิ่ง ที่ มัน เกิด ขึ้น

ตุลาการ โจร ได้ ทำไม จะ ขีด ตา ให้ หนู ไม่ ได้ >> ก็ หัว สว เนี่ย คุณ ไม่ รู้ หรอ ทำไม มัน ฮั้ว สว. ได้ ก็ มัน ร่วม ร่าง…

โครตสะใจ ! ด่ๅ สะเทือน เจ็บแสบถึงทรวง ไ_อ้เฮงซว_ย พวกกูลำบาก มึvรวย

ใน ประเทศ ไทย เนี่ย บ่อ น้ำ มัน มี มาก มาย ทุก อย่าง เหลือ เฟือ แต่ ทำไม แต่ ทำไม ประชา ชน ถึง ใช้ น้ำ มัน แพง ใช้ น้ำ มัน แพง…