ย้อนรอยเส้นทาง-ท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์-สุวะดี-ผู้อยู่ในความทรงจำ

การกลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งสำหรับงานที่คนเมืองรอคอย งานโครงการหลวง 56 ประจำปี 2569 ภายใต้แนวคิด “น้ำพระราชหฤทัย จากฟ้าสู่มหานคร” (Royal Project: Farm to City) ซึ่งจัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยความร่วมมือระหว่างมูลนิธิโครงการหลวง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และบริษัท เซ็นทรัล พัฒนา จำกัด (มหาชน) เพื่อเผยแพร่ผลสำเร็จของการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 55 ปี ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวไทยภูเขาให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน

นวัตกรรมดอกเอเดลไวส์ สัญลักษณ์แห่งพระเมตตา

จุดเด่นที่เป็นไฮไลต์สำคัญของงานในครั้งนี้คือ การจัดแสดงนิทรรศการ “ดอกเอเดลไวส์” (Edelweiss) ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้พระราชทานต้นพันธุ์ให้แก่โครงการหลวงเมื่อปี 2562 เพื่อนำไปศึกษาและวิจัย ณ สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ด้วยพระวิริยอุตสาหะของทีมนักวิจัย ทำให้ปัจจุบันสามารถขยายพันธุ์และปลูกเลี้ยงดอกเอเดลไวส์ให้เจริญเติบโตและออกดอกได้ตลอดทั้งปีในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทย นวัตกรรมนี้นอกจากจะสร้างความสวยงามตระการตาให้กับผู้เข้าชมงานแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์เวชสำอางและสินค้าแปรรูปที่มีมูลค่าสูง สร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรในพื้นที่สูงได้อย่างมหาศาล

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติและศาสตร์แห่งการพัฒนา

ภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการ “น้ำพระราชหฤทัย จากฟ้าสู่มหานคร” ที่ร้อยเรียงเรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้นของโครงการหลวงในปี 2512 โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงต้องการแก้ไขปัญหาการปลูกพืชเสพติดและการทำไร่เลื่อนลอย จนกลายเป็นต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงผลงานของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่นำเสนอผ้าทอภูมิปัญญาชนเผ่าพื้นเมือง ซึ่งได้รับการยกระดับด้วยคำแนะนำจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวรรณวรี นารีรัตน์ราชกัญยา ในการปรับปรุงลวดลายและสีสันให้มีความทันสมัย ใช้สีจากธรรมชาติที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้ผลิตภัณฑ์จากดอยสูงมีความเป็นสากลและสามารถวางจำหน่ายได้ในตลาดระดับบน

ช้อปสินค้าคุณภาพกว่า 3,000 รายการ

สำหรับขาช้อปและผู้รักสุขภาพ งานโครงการหลวง 56 ขนทัพผลิตผลและผลิตภัณฑ์แปรรูปมาให้เลือกสรรมากกว่า 3,000 รายการ โดยมีรายการที่น่าสนใจดังนี้:

  1. ผลผลิตสดใหม่: ผักและผลไม้เมืองหนาวที่ปลูกภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยสูง อาทิ สตรอว์เบอร์รีสายพันธุ์พระราชทาน อะโวคาโด ผักสลัดหลากหลายชนิด และเห็ดเขตหนาว

  2. กาแฟโครงการหลวง: สัมผัสรสชาติกาแฟอาราบิก้าแท้ 100% ที่ปลูกอยู่ภายใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ช่วยอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ พร้อมชมการสาธิตการคั่วและดริปกาแฟจากผู้เชี่ยวชาญ

  3. ผลิตภัณฑ์ใหม่จากดอยคำ: พบกับเครื่องดื่มสกัดเย็นและผลไม้อบแห้งสูตรหวานน้อย รวมถึงกะปิหวานสูตรพิเศษที่พัฒนาจากวัตถุดิบในท้องถิ่น

  4. สินค้าจากหน่วยงานในพระราชดำริ: อาทิ ร้านภูฟ้า นำเสนอผลิตภัณฑ์ภาพวาดฝีพระหัตถ์ และมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก ที่นำเสื้อยืดจากเส้นใยพลาสติกรีไซเคิลมาจำหน่ายเพื่อการกุศล

  5. อาหารพร้อมทาน: พบกับเมนูพิเศษที่รังสรรค์โดยเชฟชื่อดัง โดยใช้วัตถุดิบหลักจากโครงการหลวง เช่น ข้าวซอยสูตรต้นตำรับ และสลัดผักไฮโดรโปนิกส์

การสร้างโอกาสและการให้ที่ไม่มีวันสิ้นสุด

อีกส่วนหนึ่งที่น่าสนใจคือบูธจาก “มูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข” ที่นำผลิตภัณฑ์จากฝีมือผู้ต้องขังที่ได้รับโอกาสในการฝึกอาชีพมาจัดแสดงและจำหน่าย เพื่อเตรียมความพร้อมให้พวกเขาสามารถกลับสู่สังคมและมีรายได้เลี้ยงชีพหลังพ้นโทษ รวมถึงกองทุนหมู่หญ้าที่นำดอกไม้แห้งมาประดิษฐ์เป็นของที่ระลึกและน้ำหอม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโครงการหลวงไม่ได้เพียงแต่ส่งเสริมการเกษตร แต่ยังดูแลไปถึงคุณภาพชีวิตและจิตใจของคนในชุมชนทุกภาคส่วน

งานโครงการหลวง 56 จึงไม่ใช่เพียงแค่งานจำหน่ายสินค้า แต่เป็นงานที่สะท้อนถึงการเดินทางของน้ำพระราชหฤทัยที่ไหลรินจากยอดดอยสู่ใจกลางเมืองหลวง เพื่อสร้างความสุขและความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้นของพสกนิกรชาวไทยทุกคน

สรุปคำถามที่พบบ่อย (FAQs)

คำถาม: งานโครงการหลวง 56 จัดขึ้นที่ไหนและถึงเมื่อไหร่ คำตอบ: งานจัดขึ้น ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยจัดตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 12 สิงหาคม 2569

คำถาม: ไฮไลต์เด่นที่ไม่ควรพลาดในงานปีนี้คืออะไร คำตอบ: การจัดแสดงดอกเอเดลไวส์ที่สามารถปลูกได้สำเร็จในประเทศไทยเป็นครั้งแรก นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และการจำหน่ายสินค้าใหม่กว่า 3,000 รายการ

คำถาม: มีผลิตภัณฑ์สุขภาพอะไรที่น่าสนใจบ้าง คำตอบ: มีผักผลไม้เมืองหนาวปลอดสารพิษ กาแฟอาราบิก้าคุณภาพสูง ผลิตภัณฑ์ดอยคำ และสินค้าหัตถกรรมที่ใช้สีธรรมชาติในการย้อมผ้า

คำถาม: สามารถเดินทางไปร่วมงานได้อย่างไร คำตอบ: สะดวกที่สุดด้วยรถไฟฟ้า BTS สถานีสยาม หรือสถานีชิดลม แล้วเดินผ่านสกายวอล์กเข้าสู่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

คำถาม: รายได้จากการจำหน่ายสินค้าในงานนำไปใช้ทำอะไร คำตอบ: รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำกลับไปสนับสนุนการดำเนินงานของมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตของเกษตรกรบนพื้นที่สูงต่อไป

Related articles

รอยต่อทางประวัติศาสตร์: จากปรีดี ถึงทักษิณ

ในแวดวงการเมืองไทย หากจะกล่าวถึงอำนาจที่มองไม่เห็นแต่มรสัมผัสได้ชัดเจนที่สุด สิ่งนั้นไม่ใช่เพียงแค่จำนวนเสียงในสภาหรือตำแหน่งทางการเมือง แต่คือรากฐานทางสังคมและสายสัมพันธ์ที่ถักทอมายาวนานนับร้อยปี วันนี้เราจะพาคอการเมืองและผู้สนใจประวัติศาสตร์ไปเจาะลึกถึงเบื้องหลังที่แท้จริงของความแข็งแกร่งในขั้วอำนาจทางการเมือง ผ่านนามสกุลดังที่ใครได้ยินก็ต้องเกรงใจ นั่นคือ “ณ ป้อมเพชร” รากฐานอำนาจที่หยั่งลึกกว่าที่ตาเห็น เมื่อพูดถึงการเมืองไทยในยุคปัจจุบัน หลายคนอาจโฟกัสไปที่ตัวบุคคลที่เป็นผู้นำหรือแกนนำพรรค แต่หากวิเคราะห์ให้ลึกลงไปถึงโครงสร้างสังคมไทย จะพบว่า “ระบบเครือญาติ” และ “สายตระกูล” ยังคงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตระกูลขุนนางเก่าแก่ที่รับราชการสนองพระเดชพระคุณมาตั้งแต่สมัยโบราณ นามสกุล “ณ ป้อมเพชร” ไม่ใช่นามสกุลที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคประชาธิปไตย แต่เป็นสายตระกูลที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ย้อนกลับไปได้ไกลถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ต่อเนื่องมาจนถึงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชแห่งกรุงธนบุรี…

อนุรักษ์ เก่า ที่ ตอน นี้ เนี่ย นะ อยู่ ใน ความ ดู แล ของ สุรยุทธ์ จุฬานนท์ นะ ฮะ แล้ว ก็ ไอ้ ไๆ ไๆ ไๆ

กรณี อุ้งอิ๊ง เออ จะ ไป ยัง ไง กัน ต่อ ถึง ขั้น >> เอ่อ รุนแรง ไป ถึง ขั้น ไหน เออ >> ไอ้ ฮุนเซน ถือ ว่า ทำ งาน ภารกิจ สำเร็จ ลุ…

จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

ท่ามกลางกระแสความสนใจของผู้คนในสังคมไทยเกี่ยวกับเรื่องราวของดวงชะตาบ้านเมือง โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญๆ ทางการเมืองและสังคม มักจะมีการหยิบยกเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และคำทำนายเก่าแก่ขึ้นมาพูดถึงอยู่เสมอ หนึ่งในเรื่องเล่าขานที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่องและถูกแชร์ต่อกันในวงกว้างบนโลกออนไลน์ คือบันทึกคำทำนายที่อ้างว่าเป็นของ “โหรหลวง” ในสมัยรัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เรื่องราวนี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความเชื่อความศรัทธาของคนไทยที่มีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยนัยยะทางประวัติศาสตร์ที่ชวนให้ขบคิดตาม โดยเฉพาะการแบ่งยุคสมัยของกรุงรัตนโกสินทร์ออกเป็น 12 ยุค หรือ 12 รัชกาล ซึ่งแต่ละยุคจะมีชื่อเรียกขานที่สื่อถึงสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นอย่างชัดเจน บทความนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกรายละเอียดของคำทำนายดังกล่าว ตั้งแต่อดีต จนถึงยุคปัจจุบัน และก้าวต่อไปในอนาคตที่ถูกทำนายไว้ว่าประเทศไทยจะก้าวขึ้นสู่การเป็นมหาอำนาจระดับโลก จุดเริ่มต้นแห่งคำทำนาย: ปฐมบทแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ย้อนกลับไปในสมัยรัชกาลที่ 1…

ขุมทรัพย์ใต้พิภพ: ทองคำ 15 ตันและแก้วมณี

ในห้วงเวลาที่สถานการณ์โลกมีความผันผวน ทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง สังคมไทยมักจะหันกลับมาหาที่พึ่งทางใจและความหวังจากตำนานความเชื่อ โดยเฉพาะคำทำนายจากพระอริยสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ หนึ่งในคำทำนายที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์และวงสนทนาธรรมะ คือบันทึกคำพยากรณ์ของ “พระราชพรหมยาน” หรือที่รู้จักกันในนาม “หลวงพ่อฤๅษีลิงดำ” แห่งวัดท่าซุง จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งท่านได้เคยกล่าวถึงอนาคตของประเทศไทยในยุคสมัยของรัชกาลที่ 10 ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ที่จะนำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งระดับโลก ย้อนรอยตำนาน “ฤๅษีทัศนาจร” เรื่องราวคำทำนายนี้มีที่มาจากหนังสือ “ฤๅษีทัศนาจร” ซึ่งเป็นการรวบรวมคำเทศนาและบันทึกการสนทนาของหลวงพ่อฤๅษีลิงดำในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ โดยเฉพาะในเล่มที่ 1 ตอนที่ชื่อว่า “เทวดาชวนขุดทอง” เนื้อหาดังกล่าวไม่ได้เป็นเพียงการเล่าเรื่องลี้ลับ แต่เป็นการแฝงธรรมะและนิมิตหมายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไทย ตามบันทึกระบุว่า…

ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา

ในห้วงเวลาที่พสกนิกรชาวไทยต่างเฝ้าติดตามข่าวสารเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยความจงรักภักดี หนึ่งในประเด็นที่มีการพูดถึงและให้ความสนใจกันอย่างกว้างขวางคือบทบาทและอนาคตของ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพระองค์กำลังเจริญพระชนมายุเข้าสู่วัยหนุ่มฉกรรจ์ ซึ่งตามโบราณราชประเพณีและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับราชสำนักถือเป็นช่วงเวลาที่มีนัยสำคัญอย่างยิ่ง บทความนี้จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกวิเคราะห์ถึงเส้นทางของพระองค์ผ่านมุมมองของ กฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ การตีความสถานะทางกฎหมาย และก้าวย่างสำคัญสู่การเป็น “สมเด็จพระยุพราช” หรือองค์รัชทายาทโดยแท้ ที่คนไทยทั้งแผ่นดินต่างรอคอย ปฐมบทแห่งพระราชหฤทัย: เจ้าฟ้าผู้เป็นประทีปแห่งปัญญา ย้อนกลับไปเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน พุทธศักราช 2548 ณ โรงพยาบาลศิริราช พสกนิกรชาวไทยต่างปลื้มปีติยินดีกับข่าวการประสูติของพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (ในขณะนั้นดำรงพระอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) กับท่านผู้หญิงศรีรัศมิ์ สุวะดี พระกุมารผู้มีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงมีน้ำหนักแรกประสูติ…

เกมพลิกจุดจบ ท่านเรวัตจัดชุดใหญ่ คนสั่งย้าย ผู้การธรรมนูญปะทะนายพลเขมร

นาว เอก ธรรมนูญ ถูก ย้าย นะ ครับ ตั้ง ใจ มา ไลฟ์ วัน นี้ ก็ จะ พูด เรื่อง นี้ แหละ ครับ ผม ถาม ว่า เรา เป็น ผู้ บังคับ บัญชา ไป ย้าย นาวา เอก ธรรมนูญ…